“ลืมไปเลยว่าคุณเป็นนักแสดง ปกติอยู่บ้านคงเอาแต่ศึกษาบทสินะ”
“ก็ไม่เชิงครับ ทำงานบ้านบ้าง ออกไปกินข้าวกับเพื่อน เล่นไพ่บ้าง” เขาถูพื้นเสร็จแล้วกวักมือเรียกเธอ
“ออกมาได้แล้วครับ”
เธอยกเท้าก้าวข้ามธรณีประตูออกมา น้ำที่กระเด็นจากการล้างรองเท้ายังขังอยู่บนพื้น เธอเผลอเหยียบน้ำจนกระเซ็นออกไปด้านนอก
พื้นรองเท้าสัมผัสกับน้ำบนพื้นแล้วลื่น ร่างทั้งร่างจึงเซถลาไปข้างหน้า
เซี่ยชิงซู่ที่กำลังจะเดินจากไปเห็นเข้าพอดี รีบก้าวเข้ามาประคองเธอไว้
เวินจือหนิงถลาเข้าใส่อ้อมแขนเขาด้วยความตกใจ ร่างกระแทกแนบชิดกัน มือทั้งสองโอบคอเขาไว้แน่นอย่างหวาดหวั่น กลัวว่าตัวเองจะล้มลงไปกองกับพื้น
เซี่ยชิงซู่ที่ประคองเอวเธอไว้สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงลมหายใจหอบถี่ของเธอ ซึ่งพ่นรดอยู่ตรงลำคอเขาทีละนิด
ปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย เซี่ยชิงซู่รู้สึกชาที่ลำคอจนแทบไม่รับรู้อะไร
เขาอยากชักมือกลับ มือที่วางอยู่บนเอวบางคอดกิ่วจนแทบโอบได้รอบนั้น แต่ก็กลัวว่าเธอจะลื่นล้มเพราะน้ำบนพื้นอีก จึงทำได้เพียงรอให้เธอตั้งหลักได้เอง
“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” เขาก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปมองทางอื่น น้ำเสียงใสสะอาดนุ่มนวล
เวินจือหนิงเลื่อนมือที่โอบคอเขามาวางบนบ่า อาศัยแรงพยุงให้ยืนมั่นคง ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ขอบคุณนะคะ”
ช่ายบนเตียงเห่าเสียงหนึ่ง
“ไม่เป็นไรครับ” น้ำเสียงของเขาไม่แสดงอารมณ์นัก เขาชักมือกลับ หยิบอุปกรณ์ถูพื้นแล้วเดินออกไป
