เมื่อเร่งเสียงจนถึงระดับหนึ่ง เวินจือหนิงก็ขยับตัวไปชนเขาเบา ๆ เขาถึงยอมหยุด
“ฉันบอกแล้วไงว่ามีซอมบี้ พวกเธอก็ไม่ยอมเชื่อฉัน” ซ่งหรงหรงยิ่งได้ใจ “ก่อนหน้านี้ใครพูดถึงฉันไว้บ้างล่ะ?”
“พูดสิ พวกเกรียนคีย์บอร์ด เมื่อกี้ยังพูดกันสนุกปากอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?”
ไม่มีใครสนใจเธอ ต่างกำลังห่วงความปลอดภัยของตัวเอง
“แล้วก็พวกคุณด้วย อย่าเข้ามานะ” ใครคนหนึ่งม้วนหนังสือเล่มหนึ่งเป็นอาวุธเตรียมโจมตี แล้วหันไปพูดกับคนที่วิ่งมาจากตู้โดยสารอื่น
คนอื่น ๆ ต่างมองพวกเขาอย่างระแวดระวังเช่นกัน
“พวกคุณมาจากทางนั้น ใครจะรู้ว่าติดเชื้อมาหรือเปล่า”
“เราควรเปิดประตูให้พวกเขาออกไปดีไหม?”
คนกลุ่มนั้นเพิ่งเห็นความน่ากลัวของซอมบี้มาไม่นาน พวกเขาโบกมือ กลืนน้ำลาย อดเช็ดเหงื่อไม่ได้ ก่อนจะอธิบายว่า
“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ถูกกัด”
“ไม่เชื่อก็ดูสิ”
พวกเขาถกแขนเสื้อขึ้นให้เห็นแขน แล้วพับขากางเกงขึ้นเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนดู
ผิวหนังไม่มีร่องรอยถูกกัดเลยแม้แต่น้อย
“เลือดบนเสื้อผ้าพวกนี้เปื้อนมาตอนที่พวกเราหนีมา”
คำอธิบายและหลักฐานของพวกเขาทำให้คนอื่นคลายกังวลลงชั่วคราว
แต่ซ่งหรงหรงกลับไม่คิดเช่นนั้น เธอก้มหน้าพยายามกระซิบกับกู้หนานอวี่ ทว่าพอขยับเข้าใกล้ เขาก็เอนตัวไปหาเวินจือหนิง
เวินจือหนิงถูกเขาเบียดจนต้องขยับไปทางหน้าต่าง เขาก็ขยับตาม
จนเธอไม่มีที่ให้ขยับอีก ได้แต่แนบตัวอยู่ริมหน้าต่าง
