วันรุ่งขึ้น คนทั้งโรงเรียนต่างได้รับบัตรเชิญงานแต่งงานของเวินจือหนิงกับหลู่ฉีเยี่ยน
ซ่างกวนเหนียนเหนียนก็ได้รับด้วย พอเห็นบัตรเชิญก็ยิ้มหน้าบาน สวมหมวกแล้วเดินมาที่ห้องเรียนของพวกเธอทันที
“หนิงหนิง ยินดีด้วยนะ”
“ยินดีด้วยเหมือนกัน” เวินจือหนิงยิ้มตอบ
ซ่างกวนเหนียนเหนียนถึงกับไม่รู้ไปชั่วขณะว่าอีกฝ่ายกำลังยินดีกับเรื่องอะไร หรือว่าอาถิงตัดใจจากเธอแล้ว และกำลังจะแต่งงานกับเธอหรือเปล่า?
คิดได้ดังนั้น ซ่างกวนเหนียนเหนียนจึงถามออกไป
“หนิงหนิง เธอยินดีกับฉันเรื่องอะไรเหรอ?”
“เมื่อวานโดนรังแกเสียขนาดนั้น วันนี้ยังยิ้มหน้าระรื่นมาประจบฉันอีก แสดงว่าเธอชอบกิจกรรมแบบนี้มาก ต่อไปคงมีให้ทำอีกบ่อย ๆ แน่”
รอยยิ้มของซ่างกวนเหนียนเหนียนแข็งค้าง
หลู่ฉีถิงซื้อน้ำมาวางบนโต๊ะของเวินจือหนิง พอหันหลังเตรียมจะไปก็ถูกเธอคว้าแขนไว้
“จะไปไหน?”
เพื่อนร่วมชั้นต่างเหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะ
“ไปนอนที่ห้องพัก”
พวก F4 มีห้องพักส่วนตัว ปกติไม่มีอะไรทำก็ไปสิงอยู่ที่นั่น กินผลไม้ ดูโทรทัศน์ เล่นพูลอะไรทำนองนั้น
คิ้วของเขาขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด แต่หลังจากถูกเธอรั้งไว้ เพื่อนร่วมชั้นก็เห็นกันชัด ๆ ว่ามุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย เป็นความยินดีที่แทบปิดไม่มิด
“เป็นห่วงฉันหรือ? อยากให้ฉันอยู่ที่นี่หรือไง?” เขาเหลือบมองบัตรเชิญ “งั้นก็เอาพวกนี้ไปทิ้งให้หมด อย่าปล่อยให้ขวางหูขวางตา”
“โดดเรียนเดี๋ยวก็โดนคุณป้าดุ ฉันไม่ช่วยพูดให้หรอกนะ”
หลู่ฉีถิงเดินออกไป
ซ่างกวนเหนียนเหนียนหันไปแสดงความยินดีกับเวินจือหนิงอีกครั้ง ก่อนจะคิดตามเขาไป แต่หลู่ฉีถิงกลับหันมาตบหน้าเธออย่างแรงสองฉาดด้วยความรำคาญ
