เดิมทีเวินจือหนิงกำลังดูการ์ตูนอยู่ เสียงรอบข้างไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เธอจดจ่ออยู่กับเสียงในการ์ตูนอย่างเต็มที่
จนกระทั่งหน้าต่างข้าง ๆ ถูกบางอย่างกระแทก ร่างของเธอถูกกู้หนานอวี่ดึงให้ห่างออกมาจากหน้าต่าง เวินจือหนิงถึงได้หันไปมอง
เมื่อเห็นภาพด้านนอก เวินจือหนิงก็อุทานด้วยความประหลาดใจ พลางโบกมือให้ซอมบี้นอกหน้าต่าง
เดิมทีซอมบี้ยังคิดจะใช้หัวกระแทกต่อ พอเห็นว่าเป็นพวกเดียวกันก็เผยรอยยิ้มกว้าง
หน้าต่างแข็งแรงมาก ต่อให้ซอมบี้กระแทกอยู่ตั้งนานก็ยังทำอะไรพวกเขาไม่ได้
คนข้างในรีบดึงม่านปิด แล้วไปช่วยคนที่อยู่ตรงประตู
เดิมทีซ่งหรงหรงนั่งสบายใจเฉิบอยู่ พอหันไปสบตากับซอมบี้ด้านนอกก็สะดุ้งตกใจ
เธอรีบดึงม่านปิดเช่นกัน แล้วพยายามเอื้อมไปดึงม่านอีกด้าน แต่กลับเอื้อมไม่ถึง เมื่อเห็นเวินจือหนิงยังทักทายซอมบี้อยู่ก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
“อาอวี่ ดูเธอทำอะไรอยู่สิ ยังไม่รีบบอกให้เธอดึงม่านปิดอีก”
“แสดงว่าเธอใจเย็นกว่าเธอมาก” น้ำเสียงของกู้หนานอวี่อ่อนลง แม้แต่ตอนยื่นมือไปลูบศีรษะเวินจือหนิงก็ยังดูตามใจเธออยู่หลายส่วน
“เราปิดม่านกันดีไหม?” เขาก้มตามองเธอ
เขารู้สึกว่าฝูงซอมบี้ข้างนอกที่ยิ้มให้เธอนั้นน่าขยะแขยงเหลือเกิน
เวินจือหนิงพยักหน้า
กู้หนานอวี่จึงยื่นมือออกไป เอนตัวไปทางเธอเล็กน้อย คนที่ถูกบังจนมองไม่เห็นการ์ตูนก็ยื่นมือมาตบเขา
เขารีบดึงม่านปิด บดบังซอมบี้ที่อ้าปากอย่างมุ่งร้ายเพราะท่าทางของเขาและอยากจะกัดเขา จากนั้นก็กลับไปนั่งที่เดิม
