เวลาล่วงเข้าสามทุ่ม เวินหลิงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
ท้องเธอร้องโครกคราก หิวแล้ว
แม้แต่หางยังหงอยห้อยอยู่ข้างเตียง แทบไม่ขยับ
“อ่า ไม่อยากขยับเลย รำคาญจัง แต่หิวชะมัด”
“กินอะไรดี”
“กินหม้อไฟเล็กแล้วกัน ใส่ไส้กรอกเพิ่มอีกอัน”
“เพอร์เฟกต์~”
แม้เวินหลิงจะตัดสินใจแล้ว แต่เธอก็ยังไม่อยากขยับตัว
เธอรู้สึกอ่อนล้ายิ่งนัก สุดท้ายก็ฝืนลุกจากเตียง
ไม่มีเก้าอี้และโต๊ะ เวินหลิงเลยนั่งลงบนเบาะนุ่มในรถ
เธอวางหม้อไฟเล็ก ไส้กรอก และน้ำแร่ที่เหลือครึ่งขวดจากตอนกลางวันไว้ตรงหน้า
“โอ้ ไม่เลวนี่ นี่มันหม้อไฟเล็กแบบอุ่นเองได้ด้วย”
“ไม่ต้องแลกน้ำร้อน เยี่ยมไปเลย~”
เวินหลิงแกะห่อหม้อไฟเล็กอย่างอารมณ์ดี เทเครื่องเคียงและน้ำลงในกล่องชั้นบน
จากนั้นใส่ซองทำความร้อนลงในกล่องชั้นล่าง เติมน้ำอีกนิดหน่อย แล้วรีบปิดฝา
เธอพยักหน้าอย่างพอใจ ปัดมือที่ไม่มีฝุ่น แล้วเอนหลังพิงผนังรถ รออย่างเงียบ ๆ
ไม่นาน ไอร้อนก็ลอยพุ่งออกมาจากขอบกล่อง กลิ่นหอมของอาหารค่อย ๆ อบอวล
“อืม หอมจัง”
เวินหลิงเริ่มรอไม่ไหว หางของเธอกระดุกกระโดนทุบพื้นรถบ้านอย่างหงุดหงิด
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เธอเดาว่าหม้อไฟเล็กน่าจะสุกได้ที่แล้ว
เธอเปิดฝา ไอร้อนพุ่งเข้าใส่หน้า
เวินหลิงสูดหายใจลึก กลิ่นหอมอบอวลไปทั้งจมูก
สุดท้าย เธอบิไส้กรอกเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงในกล่อง
เวินหลิงยกหม้อไฟเล็กขึ้นมา เริ่มกินมื้อค่ำที่ร้อนฉ่า
บางทีเธออาจหิวจัดเกินไป เลยกินจนหยุดไม่ได้
“ง่ำ ๆ ๆ~”
“ในที่สุด…ง่ำ ๆ…ก็ได้กิน…ง่ำ…ข้าวร้อน ๆ แล้ว”
เธอพึมพำไปด้วยระหว่างกิน
ไม่นาน หม้อไฟเล็กก็ถูกเวินหลิงกินหมดเกลี้ยง
แม้แต่ถั่วงอกที่เธอไม่ชอบมากที่สุดในวันก่อน ๆ ตอนนี้ก็กินหมดด้วย
แต่เวินหลิงรู้สึกว่ายังขาดอะไรไปสักหน่อย จึงหยิบแอปเปิ้ลออกมาจากช่องเก็บของมากัดกิน
ขณะที่กำลังแทะแอปเปิ้ลไปเรื่อย ๆ มือของเธอก็เปิดหน้าต่างแชทขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
[ห้ามขยันเด็ดขาด]: อ่าาาา ในที่สุดก็วิ่งเสร็จแล้ว
[คนรักผักชี]: ช่วยด้วย! ฉันเปิดกล่อง ได้งูออกมา!
อยู่ ๆ มันก็พุ่งออกมากัดฉันทีหนึ่งแล้วหนีไป
[ขำตายแล้ว]: พี่คนข้างบนยังแข็งแรงดีอยู่ไหม
[คนรักผักชี]: ยังดีที่มันเป็นงูไม่มีพิษ ไม่งั้นฉันตายแน่
[อ้าบา อ้าบา]: ว้าว ถ้างั้นพี่ข้างบนก็ถือว่าโชคดีอยู่นะ
[หมีซวย]: ที่จริงฉันก็เปิดได้สัตว์ตัวหนึ่งเหมือนกัน เป็นแมวเหมียวลายสลิด
ดูท่าทางดุ ๆ อยู่นะ แต่มันจ้องฉันอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็วิ่งหนีไปเอง
[ขำตายแล้ว]: โอ้ ทำไมไม่จับมาเลี้ยงล่ะ เผื่อมีประโยชน์มากเลยนะ~
[หมีซวย]รู้สึกพูดไม่ออกเป็นพิเศษ เจ้า[ขำตายแล้ว]นี่มันพวกชอบป่วนชัด ๆ วันนี้เห็นแต่คนนี้ออกไอเดียแย่ ๆ ทั้งวัน
[ขำตายแล้ว]มองหน้าต่างแชท เลิกคิ้ว
“โย่ ไม่สนใจฉันแล้วสินะ”
[ขำตายแล้ว]ยักไหล่อย่างไม่แยแส พิงพนักเบาะ เอื้อมมือไปลูบเจ้าเหมียวในอ้อมอก
เจ้าเหมียวน้อยตัวนี้เป็นพันธุ์เมนคูน เพิ่งเกิดได้สามเดือน
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น มันตาม[ขำตายแล้ว]มาที่โลกเกมเอาชีวิตรอดนี่ด้วย
หน้าต่างแชทมีข้อความเด้งขึ้นมาไม่หยุด [ขำตายแล้ว]ดึงความสนใจกลับมา
“หืม?”
“ดูท่าการเปิดหีบสมบัติแล้วเจออันตรายก็ไม่น้อยเหมือนกันนะ”
[ขำตายแล้ว]มองหน้าต่างแชทอย่างใช้ความคิด
ตอนนี้มีคนส่งข้อความมาเรื่อย ๆ ว่าการเปิดหีบสมบัตินั้นเจออันตราย บางคนถึงขั้นเปิดเจอมอนสเตอร์คล้ายกอบลิน
[หมีซวย]: ดูแล้ว โอกาสที่หีบสมบัติจะเปิดเจอมอนสเตอร์ก็ยังค่อนข้างต่ำอยู่ ส่วนใหญ่ก็เป็นสัตว์เล็ก ๆ อะไรทำนองนั้น
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: ก็น่าจะมั้ง ในที่สุดก็วิ่งครบระยะทางได้แล้ว
ยานพาหนะพัง ๆ นี่ไม่มีประโยชน์เอาซะเลย
[โฟร์ลีฟโคลเวอร์]: โอ้โห พี่สาววิ่งเพียว ๆ เลยเหรอ สุดยอดไปเลย!
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: อย่าพูดเลย ฉันจะตายอยู่แล้ว
แล้วก็ไม่เจอหีบสมบัติสักอันเลยด้วย ฉันมัวแต่วิ่งเอาระยะทางอย่างเดียว
[ขำตายแล้ว]: ถ้างั้นตอนนี้คุณไม่มีเสบียงอะไรเลยเหรอ
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: อ่า…ก็ไม่เชิงนะ
[เสี่ยวเถาร้องไห้]ที่อยู่นอกพาเนล ครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วตัดสินใจเปิดเผยพรสวรรค์ของตัวเอง
วันนี้เธอไม่พบเสบียงอะไรเลย ไม่มีข้าวจะกินแล้ว
อีกอย่าง ก่อนเข้าเกม เธอกำลังลดน้ำหนักอยู่ด้วย
ไม่นับวันนี้ เธอไม่ได้กินอะไรดี ๆ มา 3 วันแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังวิ่งเอาระยะทางล้วน ๆ [เสี่ยวเถาร้องไห้]รู้สึกว่าการที่เธอยังมีสติอยู่ได้นี่มันน่าอัศจรรย์มากเลย
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: พรสวรรค์ของฉันคือการวาดยันต์ ตอนนี้สามารถผลิตยันต์นำโชคได้ สแกนจากระบบได้ผลลัพธ์ดังนี้:
[ยันต์นำโชค]
[ผู้ผลิต: เสี่ยวเถาร้องไห้]
[เอฟเฟกต์: ภายใน 3 นาทีหลังใช้ เพิ่มค่าโชคให้ผู้ใช้ 2 แต้มชั่วคราว]
ถ้าใครต้องการ ทักแชทส่วนตัวมาพร้อมราคาเสนอเลย
[ใบโคลเวอร์นำโชค]: !!!
[เอเอเอ ผู้ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง]: !!!
[ขำตายแล้ว]: !!!
[หมีซวย]: !!!
[ปลาหมดแรง]: !!!
[โฟร์ลีฟโคลเวอร์]: !! เอ๊ะ? ไม่ใช่สิ? @[ปลาหมดแรง] ท่านเซียน ท่านปลาโผล่มาแล้ววว!!!
[ปลาหมดแรง]: ? มีอะไรน่าแปลก
แล้วก็ ท่านปลาฟังดูแย่มาก!!!
เวินหลิงขมวดคิ้วมองสองคำที่แปลว่าท่านปลา ทำปากยื่นอย่างรังเกียจ
[โฟร์ลีฟโคลเวอร์]: ได้ ได้ ท่านเทพปลา!
“เอิ่ม เหมือนจะไม่ได้ดีขึ้นตรงไหนเลย”
เวินหลิงพูดไม่ออก ตัดสินใจเมินคน ๆ นี้ไปก่อน
เธอเปิดแชทส่วนตัวของ[เสี่ยวเถาร้องไห้] คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่งข้อความไป
[ปลาหมดแรง]: สวัสดี แลกด้วยอาหารกับน้ำเป็นไง
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: ! ท่านเซียน! ได้ ได้ เลย
ยันต์หนึ่งใบ แลกน้ำหนึ่งขวดกับอาหารที่ทำให้อิ่มท้องหนึ่งอย่างได้ไหมคะ
เวินหลิงเลิกคิ้ว หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้ เธอนึกว่าจะต้องรอสักพักกว่าจะได้คำตอบ
ไม่คิดว่าจะตอบกลับมาทันทีเลย
[ปลาหมดแรง]: ได้ เอาสองใบ
เธอลงขายในตลาดเลย
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: ได้เลย ท่านเซียนรอสักครู่นะคะ
ผ่านไปไม่กี่วินาที ก็เห็น[เสี่ยวเถาร้องไห้]ส่งลิงก์มาให้
[เสี่ยวเถาร้องไห้]: เรียบร้อยค่ะ อันนี้เลย
[ปลาหมดแรง]: โอเค
เวินหลิงเปิดลิงก์ กดยืนยันการแลกเปลี่ยน
ระบบหักเสบียงที่มีอยู่อัตโนมัติ วินาทีต่อมา ยันต์สองใบก็ปรากฏอยู่ในมือ
เพิ่มค่าโชคได้นะ ถึงจะแค่ชั่วคราวก็ตาม
นั่นก็หายากจะตายไป มีโอกาสแล้วไม่คว้าคงโง่
แม้ว่าค่าโชคของเวินหลิงจะสูงมากอยู่แล้ว แต่ใครจะไม่อยากโชคดีขึ้นอีกล่ะ เธอเก็บยันต์เรียบร้อย
ตอนนี้ แอปเปิ้ลก็กินหมดพอดี
เธอห่อแกนแอปเปิ้ลด้วยกระดาษเก็บไว้ คิดว่าจะปลูกผลไม้ทีหลัง เผื่อจะพึ่งพาตัวเองได้
เวินหลิงเหลือบมองเวลา ใกล้เที่ยงคืนแล้ว
หลังจากคิด ๆ ดู เธอเอาน้ำชุบกระดาษเช็ดเนื้อเช็ดตัว แล้วขึ้นเตียงนอน
เพราะมีหางกับเขางอกออกมา แถมเก็บไม่ได้ด้วย
เวินหลิงนอนหงายแล้วรู้สึกอึดอัด จึงนอนตะแคงแทน
หางที่ถูกปลดปล่อยก็เริ่มสะบัดไปมาอีกครั้ง
เธอเลยจับหางมากอดไว้ในอ้อมแขน รอการสรุปผลระยะทางอย่างเงียบ ๆ
“อืม หางของฉันช่างสบายจริง ๆ~”
“ชอบจัง ดูเหมือนหมอนข้างตัวใหญ่เลย~”
เวินหลิงพึมพำกับตัวเอง พูดจบก็เอาหน้าซุกซุกกับหางตัวเอง
