ตอนที่ 2 หมีน้องหายไปแล้ว!
ชาวหลงกั๋วทุกคนต่างเห็นกฎที่อยู่ในมือของเฉินชิ่งผ่านการถ่ายทอดสด!
ต่างก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างที่สุด
“แค่กฎเก้าข้อนี่ จะให้เอาตัวรอดในโลกที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้ยังไง? แถมยังไม่บอกวิธีผ่านด่านเลย ต้องไปคิดเอาเองหมด แบบนี้จะเล่นยังไง?”
“ถ้าเฉินชิ่งคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ล่ะ? เราต้องเชื่อใจเขา”
“เฮ้อ พวกนายอย่าเพ้อฝันเลย ดูสิ เฉินชิ่งตกใจจนตอนนี้ไม่กล้าขยับตัวเลย”
“มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนนะ กฎเรื่องลี้ลับมันมีวิกฤตอยู่ทุกที่ แล้วนี่ยังเป็นดันเจี้ยนระดับ S ในตำนานอีก! คนธรรมดาอย่างเราเข้าไปคงฉี่แตกตั้งแต่แรกแล้ว ที่เฉินชิ่งยังยืนหยัดอยู่ได้ก็ถือว่าเป็นคนพอมีดีเหมือนกัน”
“…………”
แผนกปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหลงกั๋ว
นี่คือแผนกที่หลงกั๋วก่อตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อพิชิตเรื่องลี้ลับ หลังจากที่เรื่องลี้ลับปรากฏขึ้นบนดาวสีน้ำเงิน
ไม่ใช่แค่ในห้องถ่ายทอดสดเท่านั้น นักวิจัยในแผนกเองก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หัวห่อตัวอย่างท้อแท้
หัวหน้าแผนกโจวเจิ้งกั๋วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:
“ทุกคน! รวบรวมสติทั้งหมด!”
“เฉินชิ่งยังคงต่อสู้เพียงลำพังท่ามกลางเลือดในเรื่องลี้ลับ! ถ้าเราไม่เชื่อใจเขา แล้วเขาจะพึ่งใครได้อีก?!”
“แม้ว่าเขาจะเป็นคนธรรมดาแค่ไหน เราก็ต้องเชื่อใจเขา! เพราะนี่คือโอกาสเดียวของเรา! พวกเราหลงกั๋วจะต้องเป็นโล่ห์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาด้วย!”
คำพูดของโจวเจิ้งกั๋วปลุกให้นักวิจัยกลับมามีไฟสู้!
ใช่แล้ว! เฉินชิ่งเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง เมื่อก้าวเข้าไปในเรื่องลี้ลับสุดสยองขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมแพ้ แล้วพวกเขาจะยอมแพ้ได้ยังไง?
ทุกประเทศต่างมีโอกาสสามครั้งในการส่งคำใบ้ให้กับผู้ที่ถูกเลือก
โจวเจิ้งกั๋วหยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ:
“ต่อให้ความหวังมันริบหรี่แค่ไหน! เราก็ต้องไม่ยอมแพ้!”
“เพื่อประเทศ! เพื่อประชาชน! เพื่อเฉินชิ่งที่ต่อสู้เพียงลำพัง! ทุกคนรวบรวมสติ! วิเคราะห์กฎพวกนี้ให้เร็วเข้า พอถึงเวลาที่เฉินชิ่งพบอันตราย! เราจะได้ช่วย!”
“คนที่เหลือ เฝ้าสังเกตห้องถ่ายทอดสดของผู้ที่ถูกเลือกจากประเทศอื่น! ถ้าเจอปัญหาให้รีบรายงานทันที!”
“รับทราบ!”
นักวิจัยทุกคนตะโกนตอบพร้อมกัน!
…………
เฉินชิ่งรู้แล้วว่าเขาต้องรับบทเป็นตัวละครหัวเรียบ!
นั่นมันง่ายนิดเดียว นับจากนี้เขาคือหัวเรียบตัวจริง!
เตะหมีพี่ ต่อยหมีน้อง ด่าเถ้าแก่หลี่!
ในเขาหมีคุมะ ใครจะโหดที่สุด? แน่นอนว่าต้องเป็นพี่เฉียง!
แต่เฉินชิ่งก็มองกฎข้อแรกอย่างลึกซึ้ง ต้องจำให้ขึ้นใจว่าตัวเองไม่ใช่หัวเรียบตัวจริง
ดูเหมือนในเรื่องลี้ลับอาจจะมีความแตกต่างจากการ์ตูนอยู่บ้าง?
เฉินชิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขายังตัดสินใจไม่ได้ ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะในเรื่องลี้ลับ ถ้าไปกระตุ้นกฎเมื่อไหร่ ก็มีแต่ตายสถานเดียว!
เขาไม่อยากตาย ยิ่งกว่านั้นเขายังแบกรับชีวิตของชาวหลงกั๋วทุกคนไว้บนบ่า!
ต้องระวังให้มาก!
มีกฎบางข้อเกี่ยวกับบุคลิกของหัวเรียบ สำหรับผมแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่กฎบอกว่าตอนกลางคืนในเขาหมีคุมะมีอันตราย จะเป็นอันตรายอะไรนะ? ดูเหมือนกระท่อมไม้น่าจะเป็นบ้านที่ปลอดภัย น้ำผึ้งหมีพี่หมีน้องชอบมาก แต่กฎบอกว่ามันมีสรรพคุณพิเศษ ต้องคอยดูว่ามันมีสรรพคุณยังไง
เฉินชิ่งเกิดการระดมสมองอย่างหนักในหัว
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กฎเบื้องต้นไม่ได้บอกวิธีผ่านด่าน ต้องอยู่ที่นี่ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยหาเอาเอง
แต่เฉินชิ่งรู้ดีว่าในกฎเรื่องลี้ลับ ยิ่งอยู่นาน ผีก็จะค่อย ๆ คืนชีพขึ้นมา ล่อให้คุณทำพลาด หรือถึงขั้นบ่อนทำลายพลังของกฎ
ดังนั้น งานเร่งด่วนคือการรับบทเป็นหัวเรียบให้ดี แล้วหาทางผ่านด่าน!
“เหมียว~”
เสียงแมวร้องกะทันหันขัดจังหวะความคิดของเฉินชิ่ง
ที่เท้าของเฉินชิ่งมีแมวสีฟ้าอ้วนตุ๊ต๊ะตัวหนึ่งกำลังเอาหัวถูไถกับเท้าของเขา มันถูไปพลางส่งเสียงร้องขี้เกียจไปพลาง
เฉินชิ่งมองลงไป ก็เห็นอ้วนป๋อกำลังจ้องเขาอยู่ด้วยดวงตาคู่หนึ่ง สีหน้ามันประจบประแจง
ไม่รู้ทำไม เฉินชิ่งรู้สึกว่าอ้วนป๋อไม่เหมือนเดิม สีหน้าประจบประแจงนั้นแฝงด้วยแววแปลก ๆ ประหลาด ๆ
กฎข้อหกคือต้องให้ปลาอ้วนป๋อวันละหนึ่งตัว แต่อย่าให้อ้วนป๋อรู้ว่าเฉินชิ่งไม่ใช่หัวเรียบตัวจริง
“เหมียวเหมียว~”
เสียงร้องของอ้วนป๋อเริ่มกระสับกระส่าย หรือถึงขั้นเริ่มหมดความอดทน! เมื่อเห็นว่าเฉินชิ่งไม่ยอมตอบสนองซักที ตาของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ร่างมันก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ
ทุกคนในห้องถ่ายทอดสดหลงกั๋วต่างร้อนใจ!
“นี่เฉินชิ่ง! รีบให้ปลามันเร็วเข้า! ถ้ายังไม่ให้ก็จะผิดกฎข้อหก! อ้วนป๋อจะต้องโมโหแน่!”
“ตกใจจนโง่หรือไง?”
“เร็วเข้า! อย่าตกใจจนไม่กล้าขยับ! ใช้สมองคิดสิ!”
แผนกปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหลงกั๋ว
โจวเจิ้งกั๋วและนักวิจัยหลายคนเห็นภาพนี้ก็อึ้งไป
โจวเจิ้งกั๋วถอนหายใจ ดูท่าเฉินชิ่งคงจะตกใจจนขวัญเสียจริง ๆ
แต่มันก็เข้าใจได้ แม้แต่ทหารกล้าหลายต่อหลายคนที่เข้าไปในโลกเรื่องลี้ลับยังลนลานจนตั้งสติไม่อยู่ แล้วนับประสาอะไรกับนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เพิ่งก้าวออกสู่โลกภายนอกต้องมาเจอโลกที่อันตรายขนาดนี้ แถมยังเป็นกฎเรื่องลี้ลับระดับ S อีก! จะให้ตั้งสติได้ยังไง!
นักวิจัยคนหนึ่งรีบพูดว่า:
“หัวหน้าโจว! ต้องรีบติดต่อให้เฉินชิ่งตอบสนองด่วน พวกเราลงความเห็นว่าต้องรีบให้ปลาอ้วนป๋อกิน ไม่งั้นจะเกิดเรื่องน่าสยองขึ้น!”
ประเทศอื่น ๆ ก็มีคนผ่านจุดนี้ไปแล้ว
ผู้ที่ถูกเลือกของแต่ละประเทศก็วิเคราะห์ออกว่าแมวตัวนี้น่าจะเป็นอ้วนป๋อ มันคงหิว!
แล้วก็รีบไปเอาปลาตัวหนึ่งจากตู้เย็นมาให้อ้วนป๋อกิน!
แต่ถึงยังไงค่าปนเปื้อนของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นหลายจุด อ้วนป๋อไม่ได้เปลี่ยนไป แต่สายตาที่มองพวกเขากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
โจวเจิ้งกั๋วพยักหน้า แล้วรีบเตรียมใช้โอกาสสื่อสารบอกให้เฉินชิ่งเลิกยืนนิ่งเป็นขอนไม้ได้แล้ว จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง คราวนี้คงจบแน่
แค่เริ่มต้นก็ต้องใช้โอกาสสื่อสารอันมีค่าไปแล้วครั้งหนึ่ง การจะผ่านเรื่องลี้ลับนี้คงยากแล้วล่ะ
ทันใดนั้น ก่อนที่โจวเจิ้งกั๋วจะทันติดต่อ ภาพในจอก็ขยับ
เห็นเฉินชิ่งยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นพลันขมวดคิ้ว และเตะอ้วนป๋อปลิวไปหนึ่งที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญ:
“ไป ๆ ไป! ไอ้แมวอ้วนจอมขี้เกียจ! ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย เจ้ายังจะคิดจะกินอีก รอฉันไปตัดต้นไม้เสร็จก่อนแล้วค่อยให้กิน”
“แล้วก็ ไปเอาเลื่อยมาให้ฉัน”
ชาวหลงกั๋วทุกคนตกตะลึง! ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง!
“นี่! เฉินชิ่งนี่มันโง่หรือไง! รีบให้อะไรอ้วนป๋อกินเร็ว!”
ชาวซากุระและกิมจิต่างหัวเราะอย่างมีความสุข
【ดูท่าหลงกั๋วจะต้องถึงคราวล่มสลายแล้ว ผู้ที่ถูกเลือกที่จับได้ดันเป็นคนโง่ซะนี่ ขำชะมัด สู้ยามาโมโตะ อิจิโรของพวกเราไม่ได้เลย!】
โจวเจิ้งกั๋วกับนักวิจัยคนอื่น ๆ ก็มองภาพนี้ด้วยความสิ้นหวัง!
ยิ่งกว่านั้น ในขณะที่เฉินชิ่งพูดจบ ความเปลี่ยนแปลงประหลาดบนร่างอ้วนป๋อกลับหายไป ตาก็กลับมาเป็นตารูปไข่แนวตั้งสีฟ้าตามปกติ
มันเอียงหัว จ้องเฉินชิ่งด้วยความสงสัย
【ค่าปนเปื้อน: 1】
เฉินชิ่งตะโกนลั่น:
“ยังไม่รีบไปอีก! ไอ้แมวเจ้าเล่ห์!”
“เหมียวเหมียวเหมียว~”
อ้วนป๋อตกใจรีบเผ่นแน่บ ไม่นานมันก็คาบเลื่อยไฟฟ้าลากกลับมาให้
เมื่อเห็นภาพนี้ ชาวหลงกั๋วทุกคนต่างตะลึงงัน!
“นี่เฉินชิ่งกล้าดียังไง? ไม่ให้อาหารผีก็พอแล้ว ยังสั่งให้ผีทำนั่นนี่อีก ที่เหลือเชื่อที่สุดคือผีมันยังเชื่อฟังทำตาม? นี่มันเกินไปแล้วนะ!”
“นี่มันเกินไปกว่าเกินจะเกินไปอีกแล้ว เหลือเชื่อจริง ๆ!”
“คนอื่นเข้าเรื่องลี้ลับยังเดินอย่างระวังตัว กลัวจะทำอะไรผิด แต่เฉินชิ่งนี่ดีนะ เข้าไปในเรื่องลี้ลับผี ๆ แล้วยังทำเป็นคุณชายนั่งบัญชาได้?”
“…………”
ชาวหลงกั๋วงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่พวกเขาดีใจมาก ถึงเฉินชิ่งจะไม่ได้ทำตามกฎเป๊ะ ๆ แต่ก็ไม่เป็นอะไร แค่ปลอดภัยก็พอ
โจวเจิ้งกั๋วเองก็อึ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็อดยินดีไม่ได้ แล้วค่อย ๆ พูดว่า:
“นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เหล่านักวิจัยเองก็ยังอยู่ในความตะลึง จากนั้นก็เข้าประชุมหารือกัน และสรุปผลออกมาได้
“หัวหน้าโจว! กฎข้อหกบอกให้ให้ปลาอ้วนป๋อวันละหนึ่งตัว ไม่ได้ระบุว่าให้ตอนไหนภายในวันนั้น ที่เฉินชิ่งทำไปจึงไม่ถือว่าผิดกฎ”
“ประเทศอื่นทั้งหมดเลือกที่จะให้ปลาอ้วนป๋อกิน อย่างน้อยค่าปนเปื้อนก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบจุด แต่เฉินชิ่งเพิ่มแค่จุดเดียว!”
“พวกเราสันนิษฐานว่า การกระทำแบบนี้ของเขาคงสอดคล้องกับบทบาทหัวเรียบอย่างสมบูรณ์!”
โจวเจิ้งกั๋วฟังแล้วก็ดีใจสุด ๆ ดูท่าเฉินชิ่งอาจจะไม่ง่ายอย่างที่เห็น!
บางทีหลงกั๋วของเราอาจจะพิชิตกฎเรื่องลี้ลับระดับ S นี้ได้จริง ๆ ?!
ในใจเขาอดจะเปล่งประกายความหวังขึ้นมาไม่ได้
ชาวบ้านจากประเทศอื่นทั้งหมดต่างงงงวย โดยเฉพาะชาวซากุระและกิมจิ ที่ทั้งอิจฉา ริษยา และเกลียดชังถึงขั้นกัดฟันกรอด
【นี่ต้องเป็นเฉินชิ่งที่ดวงซวยตก! คราวหน้าพวกแกจะไม่โชคดีแบบนี้แล้ว!】
…
เมื่อเฉินชิ่งมองดูอ้วนป๋อที่คาบเลื่อยไฟฟ้ามาให้อย่างว่านอนสอนง่าย เขากลับไม่มีท่าทีประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะในการ์ตูน หัวเรียบถึงจะรักอ้วนป๋อมาก แต่เขาก็เป็นคนปากแข็งใจดี ชัด ๆ
กฎข้อหกคือต้องให้ปลาอ้วนป๋อกินวันละหนึ่งตัว
แต่หัวเรียบตัวจริงไม่ใช่แค่อ้วนป๋อขอปลาแล้วเขาก็ให้ทันที
เขาจะต้องบ่นก่อน หรือไม่ก็ต้องสั่งให้อ้วนป๋อทำอะไรก่อนถึงค่อยให้
อย่างไรก็ตาม จากกฎทั้งเก้าข้อนี้ ใครจะไปเดาบุคลิกของหัวเรียบออกได้?
ผู้ที่ถูกเลือกของประเทศอื่นก็ได้แต่ทำตามกฎไปตามนั้น
แต่สำหรับคนที่ดูต้นฉบับอย่างเฉินชิ่งแล้ว การรับบทเป็นหัวเรียบนั้นง่ายเหมือนปอกกล้วย
“อ้วนป๋อ ดูท่าวันนี้แกจะเชื่อฟังดีนะ งั้นให้ปลากินก็ได้”
เฉินชิ่งลูบหัวอ้วนป๋อ ทำท่าทางเหมือนกับจำใจ
จากนั้นเฉินชิ่งก็หยิบปลาจากตู้เย็นออกมาตัวหนึ่ง โยนใส่ชามแมวใต้โต๊ะ
ในตู้เย็นยังมีปลาอีกสองตัว และน้ำผึ้งอีกสามกระปุก
“เหมียว~”
ในตาของอ้วนป๋อมีความสงสัยมากขึ้น พร้อมกับแววตาที่ออดอ้อน แต่ไม่มีอะไรผิดปกติ มันกระโดดเข้าใส่ชามแมวทันที
เฉินชิ่งถือเลื่อยไฟฟ้า มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้ายังไม่สว่างเต็มที ดูครึ้ม ๆ
เฉินชิ่งไม่มั่นใจว่านี่นับว่าเป็นกลางคืนหรือท้องฟ้าสว่างแล้ว เพราะกฎข้อเจ็ดบอกว่าออกไปข้างนอกตอนค่ำจะมีอันตราย
รอให้สว่างเต็มที่ก่อนค่อยว่ากัน
อีกอย่าง ด้วยนิสัยของหัวเรียบเอง เขาก็ไม่ใช่คนกระตือรือร้นที่จะตัดต้นไม้อยู่แล้ว
“อือ~”
เฉินชิ่งเอามือปิดปากหาว แล้วสั่งว่า:
“อ้วนป๋อ นี่เช้าเกินไป ข้าจะนอนต่ออีกหน่อย เดี๋ยวอย่าลืมปลุกข้าด้วย”
“เหมียวเหมียวเหมียว~”
เฉินชิ่งเดินไปที่ห้องนอน วางเลื่อยไฟฟ้าลงแล้วเตรียมตัวนอน
ปัง ปัง ปัง!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังรัวอย่างรุนแรง
“หัวเรียบ! หัวเรียบ! หมีน้องหายไปแล้ว รีบมาช่วยข้าหาหน่อย!”