มื้อเย็นวันนี้ยังคงเป็นฉีหลินที่เลี้ยง
หลังจากทุกคนกินข้าวเสร็จและส่งหรวนอิ่งเซวียนกลับบ้านแล้ว ก็ย้ายไปต่อที่บาร์
พอไม่มีคนนอก ทั้งห้าคนก็สนุกกันสุดเหวี่ยง แถมยังดื่มไปไม่น้อย
แม้ฉีหลินจะคอยจับตาดูและช่วยดื่มแทนหลู่ซางหลิงไปหลายแก้ว แต่พอถึงเวลาจะแยกย้าย หลู่ซางหลิงก็ยังเดินไม่ค่อยตรงอยู่ดี
สภาพของเธอเป็นแบบนี้ ทุกคนย่อมไม่วางใจให้กลับบ้านคนเดียวแน่
ฉีหลินโอบหลู่ซางหลิงไว้ในอ้อมแขน ก่อนหันไปพูดกับเริ่นหลานว่า “พี่หลาน เดี๋ยวผมไปส่งซางหลิงเองครับ”
เริ่นหลานมองฉีหลินนิ่ง ๆ อยู่สองวินาที ก่อนก้มมองหลู่ซางหลิงแล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ได้ งั้นผมกับพี่อ้วนไปส่งพี่หลานเอง” เฮ่อเหวยว่า
ทั้งห้าแยกเป็นสองกลุ่มอยู่หน้าบาร์ ฉีหลินเห็นหลู่ซางหลิงโงนเงน จึงช้อนข้อพับเข่าของเธอขึ้นมาอุ้มพาดแขน แล้วเดินตรงไปยังรถริมถนน
พอขึ้นรถ ฉีหลินก็สั่งคนขับที่นั่งอยู่ด้านหน้าว่า “ลุงจ้าว กลับบ้านผม ขับช้า ๆ หน่อย”
“ครับ คุณชาย” คนขับรับคำ ก่อนค่อย ๆ ยกฉากกั้นขึ้น
หลู่ซางหลิงขึ้นรถมาก็บ่นว่าร้อน แล้วถอดเสื้อคลุมออกตามใจ เหลือเพียงเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปบาง ๆ คลุมร่างไว้
สายเล็กสองเส้นพาดอยู่บนบ่าอย่างหลวม ๆ ราวกับแค่ดึงเบา ๆ ก็ขาด
ฉีหลินโอบหลู่ซางหลิงไว้ครึ่งตัว พลางเอียงกายเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งบีบแก้มทั้งสองข้างของเธอ ลูกกระเดือกขยับเบา ๆ ก่อนเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ที่กลั้นไว้ไม่อยู่จะเล็ดลอดออกมา
“พี่หลิง เมาจริงเหรอ?”
หลู่ซางหลิงหลับตาแล้วปัดมือฉีหลินออกทันที น้ำเสียงแหบพร่า “อย่ามากวนฉัน”
