คนที่โตมาเป็นเพื่อนบ้านกับบ้านฉีหลินตั้งแต่เด็ก จะมีชาติตระกูลและภูมิหลังครอบครัวธรรมดาได้อย่างไร?
ฉีหลินคิดไม่ตกว่าตระกูลหรวนเลี้ยงหรวนอิ่งเซวียนให้มีนิสัยเช่นนี้ได้อย่างไร
คุณหนูตระกูลใหญ่ ต่อให้ไร้เดียงสา ก็ไม่ถึงกับต้องอ่อนน้อมจนเกินเหตุเช่นนี้
แต่ฉีหลินคร้านจะใส่ใจเรื่องของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง
หลังพูดออกไปส่ง ๆ เขาก็ไม่ได้คิดจะคุยกับหรวนอิ่งเซวียนต่อ
กลับไปถึงห้องส่วนตัว เห็นว่าทุกคนกินกันเสร็จแล้ว ฉีหลินหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาได้เพียงครึ่งเดียวก็วางกลับลงไป
“งั้นก็ผูกไว้ที่เอวเธอเลยสิ”
หลู่ซางหลิงทำหน้าเอือมระอา “ฉันไม่เอาหรอก เอาออกไป”
พอได้ยินแบบนั้น ฉีหลินก็ยิ่งอยากทำตรงข้าม เขาดึงหลู่ซางหลิงให้ลุกจากเก้าอี้ สะบัดเสื้อคลุมออกแล้วก้มตัวลงครึ่งหนึ่ง ก่อนจะเอาเสื้อคลุมแนบกับเอวด้านหลังของเธอ
เห็นเธอยังขยับไปมาไม่หยุด ฉีหลินจึงรวบแขนเสื้อทั้งสองข้างไว้ แล้วดึงเข้าหากันเบา ๆ
หลู่ซางหลิงรู้สึกได้ว่าเอวด้านหลังถูกรัดแน่น ร่างกายเอนมาข้างหน้าตามแรงนั้นเล็กน้อย ราวกับกำลังตั้งใจซบเข้าไปในอ้อมแขนของฉีหลิน
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่พลันใกล้ชิดกันขึ้น ฉีหลินเหลือบตาลงเพียงนิด สายตาก็หยุดอยู่ตรงเอวของหลู่ซางหลิง
ขอบกางเกงที่เธอสวมอยู่ต่ำมาก จนปิดกล้ามท้องสวย ๆ ไม่มิด สะดือที่ขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะหายใจก็เผยให้เห็นเด่นชัด เตะตาฉีหลินเข้าเต็ม ๆ
ลูกกระเดือกของฉีหลินขยับขึ้นลง สายตาหยุดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนเขาจะฝืนใจเบือนหน้าหนีอย่างหักห้ามตัวเอง
