แสงแดดแผดจ้า คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งอย่างแผ่วเบา ระลอกประกายระยิบระยับทอดตัวออกไปเป็นชั้น ๆ
“ว้าว! เกาะสวรรค์สวยจังเลย!”
ซ่งโยวโยวกระโดดลงจากเรือเป็นคนแรก เสื้อคลุมกันแดดสีเหลืองสดปลิวสะบัดไปตามสายลม
ถานซวี่เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบ สายตาของเขาข้ามศีรษะซ่งโยวโยวไปหยุดอยู่บนเรือเร็วอีกลำ
หลู่ซางหลิงกำลังเดินลงจากเรืออย่างเชื่องช้า
หมวกสานปีกกว้างกับแว่นกันแดดแทบจะบดบังใบหน้าของนางไว้ทั้งหมด เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากสะดุดตากับแนวคางงดงาม เปียข้างที่ถักไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งตัวพาดอยู่ด้านหน้าไหล่ ท่าทางเกียจคร้านแฝงเสน่ห์เย้ายวนอย่างไม่ใส่ใจ
นางสวมเดรสคล้องคอสีเขียวมิ้นต์ สายเส้นเล็กผูกเป็นโบด้านหลังต้นคอ ส่วนเว้าด้านหลังที่เปิดกว้างเผยให้เห็นกระดูกสะบักงดงามอย่างชัดเจน
เท้าสวมรองเท้าแตะพื้นแบนสานจากฟาง ข้อเท้าเรียวมีสายโซ่เงินเส้นเล็กประดับอยู่ จี้รูปพระจันทร์ดวงจ้อยห้อยอยู่ด้านล่าง ไหวเบา ๆ ตามจังหวะก้าวเดิน เพิ่มความเย้ายวนอย่างไม่ตั้งใจให้แก่นาง
นางเดินช้ามาก ทุกย่างก้าวดูเกียจคร้านราวกับยังตื่นไม่เต็มตา
เจิ้งฉงชีเดินตามหลังนาง เว้นระยะห่างสองสามก้าว เงียบงันราวกับเป็นเงาของนาง
ปกติเขาพูดน้อยอยู่แล้ว ต่อให้มีใจให้หลู่ซางหลิง ก็ยังไม่รู้ว่าจะเปิดประเด็นสนทนาอย่างไร
ดูเหมือนนางจะรู้สึกได้ถึงสายตาของถานซวี่
ยามสายลมทะเลพัดมา หลู่ซางหลิงอาศัยจังหวะกดปีกหมวกให้เข้าที่ เหลือบมองมาทางถานซวี่อย่างแนบเนียน
ถานซวี่ยืนอยู่ข้างซ่งโยวโยวไม่ไกลนัก ไม่ได้จงใจเว้นระยะห่าง และไม่ได้แสร้งทำเป็นสนิทสนมเพื่อหยั่งเชิงนาง
