หรวนอิ่งเซวียนลังเลอยู่บ้าง
นางไม่เคยแตะต้องสุรามาก่อน จึงไม่รู้ว่าคอสุราของตนเป็นเช่นไร กลัวว่าจะดื่มจนเมามายหมดสติไป
“ก็ใช่น่ะสิ เจ้าไม่ดื่มสุรา พวกเราก็พาเจ้าเล่นด้วยยาก” เฮ่อเหวยกล่าวตรง ๆ
“หากเจ้าไม่ถือจะนั่งดูพวกเราเล่นเฉย ๆ ไม่ดื่มก็ได้” ผังป๋อหย่วนเอ่ย “แต่อย่าหาว่าพวกเรากีดกันเจ้าทีหลังก็แล้วกัน”
กลุ่มเล็ก ๆ นี้กีดกันคนนอกอยู่จริง ทว่าคำนึงถึงหน้าของหลู่ซางหลิงแล้ว ต่อให้เข้ากับหรวนอิ่งเซวียนไม่ได้ พวกเขาก็ไม่เคยพูดจาร้ายกาจใส่นาง
เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้ หรวนอิ่งเซวียนก็ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
นางแอบเหลือบมองฉีหลิน เห็นเขาไม่ใส่ใจ สายตาจับจ้องอยู่ที่หลู่ซางหลิงตลอด ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจนาง หัวใจจึงพลันบีบรัดขึ้นเล็กน้อย
หรวนอิ่งเซวียนเข้าใจดีว่านางถูกบีบให้ต้องแสดงท่าทีแล้ว
หากไม่ดื่ม หรวนอิ่งเซวียนไม่สงสัยเลยว่าอีกไม่นานนางจะกลายเป็นคนนอกที่ไร้ตัวตน
พวกเขาไม่ไล่นางไปหรอก แต่จะพร้อมใจกันกันนางออกจากความครึกครื้นทีละนิด สนุกกันเองโดยไม่สนใจนาง
หากอยากเข้าไปอยู่ในกลุ่มของฉีหลิน งานสังสรรค์แบบนี้คงมีอีกไม่น้อย หรวนอิ่งเซวียนจะเอาแต่ถือแก้วน้ำทุกครั้งไปไม่ได้
ขณะที่หรวนอิ่งเซวียนกำลังจะยื่นมือออกไป เสียงของหลู่ซางหลิงก็ดังขึ้น
“เอาละ พวกเราอย่าบีบคั้นอิ่งเซวียนเลย นางเพิ่งรู้จักพวกเราได้ไม่นาน จะไม่วางใจก็เป็นเรื่องปกติ”
ทุกครั้งที่บรรยากาศชะงักงัน หลู่ซางหลิงมักแสดงท่าทีเข้าอกเข้าใจผู้อื่นได้อย่างยิ่ง ทว่าทั้งคำพูดและน้ำเสียงกลับแบ่งนางไปอยู่ฝั่งคนนอกอย่างแนบเนียน
