“ยังไม่ได้แนะนำตัวกับเจ้าเลยนี่”
หลู่ซางหลิงวางแก้วเหล้าลง หันขวับไปคว้าคอฉีหลินไว้ พลางตบอกตัวเองเบา ๆ แล้วหันไปทางหรวนอิ่งเซวียน
“ข้าชื่อหลู่ซางหลิง” นางพูดพลางยกมือขึ้น บีบแก้มฉีหลินอย่างหยอกเย้า “เป็นพ่อแท้ ๆ คนละพ่อคนละแม่ของเจ้าลูกหมานี่”
“ไสหัวไป” ฉีหลินหัวเราะด่านาง ก่อนจะปัดมือนางออกเบา ๆ
หลู่ซางหลิงยังพูดต่อ “ข้ากับเขาสนิทกันยิ่งกว่าอะไรดี เรื่องของเขาข้ารู้หมด น้องสาวมีอะไรอยากถามก็มาหาข้าได้เลย”
เห็นฉีหลินไม่ปฏิเสธ แถมยังสนิทสนมกับหลู่ซางหลิงถึงเพียงนี้ หัวใจของหรวนอิ่งเซวียนก็พลันดิ่งวูบ
หลู่ซางหลิงเอนตัวไปด้านข้าง ก่อนจะคว้าเริ่นหลานเข้ามาอีกคน “ส่วนคนนี้คือเพื่อนหลานของข้า เริ่นหลาน”
เริ่นหลานเหลือบมองหรวนอิ่งเซวียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ต่อคำ แล้วก้มตาลงอย่างเย็นชา
“ขอโทษด้วยนะ หลานหลานบ้านข้าสนิทกับข้าแค่คนเดียว ก็เป็นเพื่อนหลานของข้านี่นา น้องสาวอย่าถือสาเลย”
ฉีหลินแค่นเสียง “ข้าไม่ขาดแม่เลี้ยงหรอกนะ”
“พี่ฉี หึงหวงเสียขนาดนี้ หากไม่รู้คงนึกว่าท่านคิดเกินเลยกับสหายเสียอีก” ผังป๋อหย่วนที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อดหัวเราะออกมาไม่ได้
หัวใจฉีหลินกระตุก เสียงของเขาเกร็งขึ้น “พูดจาเหลวไหลอะไร”
หลู่ซางหลิงตบหัวฉีหลินเบา ๆ แล้วปลอบอย่างขอไปที “เอาละ เจ้าลูกหมา พ่อก็รักเจ้าเหมือนกัน”
ฉีหลินถึงค่อยรู้สึกดีขึ้น แต่ปากยังเถียงกลับ “ไสหัวไป ข้าต่างหากที่เป็นพ่อเจ้า”
“คนนี้คือเจ้าหมูอ้วน ผังป๋อหย่วน” หลู่ซางหลิงชี้แนะนำผังป๋อหย่วนต่อ “แต่ชื่อเล่นเจ้าหมูอ้วนนี่มีแค่พวกข้าเรียกได้ คนนอกเรียกเมื่อไรเขาโกรธเมื่อนั้น”
