ซ่งอี้เสวียนไม่มีแก่ใจสนใจบาดแผลของตน
กลัวว่าจี้จ้าวจะถูกหลอกด้วย ซ่งอี้เสวียนจึงรีบตวาดเตือนเสียงเข้มว่า “จี้จ้าว! นางเป็นสตรีปีศาจจากพรรคมาร!”
“อาตมาทราบ” จี้จ้าวตอบเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งอี้เสวียนก็ยิ่งมีสีหน้าตื่นตะลึง
“ทราบหรือ?” ซ่งอี้เสวียนพึมพำทวน คิ้วขมวดแน่น “เจ้าทราบอยู่แล้วหรือ?”
เมื่อมองใบหน้าที่คุ้นเคยแต่กลับแปลกหน้าเบื้องหน้า ซ่งอี้เสวียนก็รู้สึกหวานวาบในลำคอ ก่อนกระอักเลือดออกมาอีกคำ
ขาทั้งสองข้างของซ่งอี้เสวียนอ่อนแรง จนแทบยืนไม่อยู่
ในหัวของนางว่างเปล่า ได้แต่จ้องจี้จ้าวอย่างงุนงง เสียงอื้ออึงดังก้องอยู่ในหู
ซ่งอี้เสวียนแทบสงสัยว่าตนฟังผิดไป
จี้จ้าวจะรู้ได้อย่างไร?
ทั้งที่รู้ว่านางเป็นสตรีปีศาจจากพรรคมาร เหตุใดจึงยังปกป้องนาง?!
ซ่งอี้เสวียนยกหลังมือขึ้นเช็ดเลือดตรงมุมปากอย่างแรง “จี้จ้าว เจ้าต้องถูกนางปีศาจล่อลวงอยู่แน่ ใช่หรือไม่?”
ซ่งอี้เสวียนจ้องจี้จ้าวเขม็ง ในใจยังคงมีความหวังริบหรี่อยู่บ้าง
เมื่อเห็นจี้จ้าวไม่ตอบ ความมั่นใจริบหรี่ในใจซ่งอี้เสวียนก็พลันเพิ่มขึ้น
“ธรรมะกับอธรรมอยู่ร่วมกันไม่ได้ เจ้าต้องลงมือสังหารนางปีศาจแน่ ใช่หรือไม่?”
หากจี้จ้าวไม่ยอมทำลายศีล นางก็จะเป็นคนฆ่าเอง
“พี่ซ่งนี่น่ารำคาญจริง ๆ”
ลู่ซางหลิงโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังจี้จ้าว แล้วตอบแทนเขาว่า “ข้ากับจี้จ้าวเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาจะทำร้ายข้าได้อย่างไร”
“สามีภรรยา?!”
ซ่งอี้เสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนฉับพลัน เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมา
ลู่ซางหลิงยิ้มระรื่น “เมื่อมีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันแล้ว ก็ย่อมเป็นสามีภรรยากันมิใช่หรือ?”
