“ผูกพันรักมั่นจนวันตาย...”
“ที่แท้สิ่งนี้ก็คือความรักมั่นจนวันตายที่กล่าวไว้ในคำทำนาย”
โม่ถิงมองอิงหรูซื่อซึ่งล้มลงกลางสายฝนจากระยะไกล ใจไม่ได้ประหลาดใจมากนัก
ตั้งแต่อิงหรูซื่อยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อเดินทางสู่โลกวิญญาณ โม่ถิงก็พอจะเดาได้ราง ๆ แล้วว่าศิษย์พี่จะเป็นฝ่ายเลือกเดินบนเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับนี้
ทว่าพอได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยตาตนเองในวันนี้ โม่ถิงก็ยังอดรู้สึกอ้างว้างไม่ได้
อิงหรูซื่อไม่เปิดโอกาสให้ใครขัดขวางแม้แต่น้อย
กระบี่เล่มนี้รวดเร็วและเด็ดขาด คมกระบี่ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่มีความหวาดกลัวต่อความตาย
เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว
โม่ถิงขมวดคิ้ว คำนวณซ้ำอีกครั้ง ครู่เดียวเท่านั้น สีหน้าก็คลายลงดังเดิม ความตึงเครียดพลอยมลายหายไปด้วย
อิงเฉินถอยหลังไปสองก้าวอย่างไร้สติ เรี่ยวแรงทั่วร่างราวกับถูกสูบหาย มือที่กำกระบี่สั่นเทาไม่หยุด
ด้วยความช่วยเหลือจากศิษย์ อิงเฉินจึงพอประคองร่างให้มั่นคงได้ ทว่าตรงหน้ากลับมืดวูบเป็นระลอก ในสมองเหลือเพียงความคิดหนึ่งที่ทำให้หัวใจแทบแตกสลาย—
เขาบีบให้บุตรชายแท้ ๆ ของตนตาย
ร่างของอิงเฉินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กระบี่ไม้ท้อในมือร่วงลงพื้นพร้อมเสียงดัง
เพราะเหตุใด?
เหตุใดอิงหรูซื่อจึงฆ่าตัวตาย?
อิงเฉินไม่เข้าใจเลย เขาไม่ได้คิดจะบีบบังคับพวกเขา เพียงต้องการให้อิงหรูซื่อพาผีตนนั้นไปเสีย อย่าได้มาทวงชีวิตอีก
แม้เขาจะไม่พอใจที่อิงหรูซื่อหลงรักผีร้ายตนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตพวกเขาจริง ๆ
เขาเพียงทำตามหน้าที่ของนักพรตสวรรค์ ไม่ปล่อยให้ผีร้ายทวงชีวิตผู้คนได้สำเร็จ
เขารู้ว่านางมีความแค้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
