ในอีกไม่กี่วันต่อมา ลู่เหวย์ต้องวิ่งรอกไปมาสองทาง
ด้านหนึ่งก็รอให้เครื่องจักรเก่าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขนส่งมา อีกด้านก็คอยอยู่เป็นเพื่อนหลานเวยเวยจัดการฟาร์ม
เรื่องในฟาร์มมีมากกว่าที่เขาคิด
ก่อนหน้านี้ฉวี่ฉีทำคนเดียว หลายอย่างก็ลวก ๆ พอให้ผ่านไปได้ ตอนนี้จะรับช่วงต่อ ทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หมด
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขารับช่วงฟาร์มนี้ ก็เพื่อใช้เองและทดลองอะไรบางอย่างเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดจะเปิดให้คนนอกเข้ามา แล้วก็ไม่ได้พึ่งพามันเป็นรายได้
แต่เพราะมีหลานเวยเวยอยู่ ลู่เหวย์จึงไม่ต้องลงมือทำอะไรมาก แค่เสนอความคิดของตัวเองเป็นหลัก
ส่วนร้านอาหารทะเลสดนั้น ลู่เหวย์จงใจลดปริมาณการส่งของลง
ของดี ๆ อย่างปูยักษ์ ปลาจวดเหลืองใหญ่พวกนี้ จับไปทีละตัวก็หมดไปทีละตัว ยังไงวันหนึ่งก็ต้องขายหมด
เขาไม่อยากทำธุรกิจแบบฉาบฉวย คิดจะไปได้ไกล ก็ต้องเดินบนเส้นทางของหรูหายาก
ถึงเวลาขึ้นราคาก็ขึ้น ถึงเวลาจำกัดปริมาณก็จำกัด
เย็นวันนั้น พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสีส้มแดงทอดยาวเหนือผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำ ราวกับสาดเศษทองคำลงไป ส่องประกายระยิบระยับ
ลู่เหวย์ยืนอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ มือไขว้หลัง สำรวจผืนน้ำหลายสิบหมู่ตรงหน้า ในใจครุ่นคิด
เขาอยากลองเทน้ำพุวิญญาณลงในอ่างเก็บน้ำ ดูว่าปลาที่เลี้ยงออกมาจะมีรสชาติเป็นอย่างไร
ในเมื่อน้ำพุวิญญาณในห้วงมิติช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้ ถ้าเอามาใช้เลี้ยงปลา จะให้ผลลัพธ์แบบไหนนะ
