ร่างสูงโปร่งของเจียงอวี้ยืนขวางทางไว้
หลินทิงเพียงมองเขาผ่าน ๆ อย่างเย็นชา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและสงบนิ่ง
"ไม่ขอออกความเห็น"
เพียงสี่คำสั้น ๆ กลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินมหึมาทับอยู่บนอกของเจียงอวี้
แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ชี้เป็นชี้ตายของโจวจื่อเหิง
ดังนั้น เขาจึงผ่อนน้ำเสียงลง
"หลินทิง โจวจื่อเหิงเป็นเพื่อนรักที่สุดของผม ผมไม่อยากให้เขาถูกยิงทิ้งกลางถนน"
"ถ้าเธอรู้สถานการณ์ของโจวจื่อเหิง รบกวนบอกผมได้ไหม"
ตอนที่เขาบอกว่าโจวจื่อเหิงกับเขาเป็นเพื่อนรักกันนั้น เรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูในหัวของหลินทิง
ก็เป็นค่ำคืนที่ดวงดาวพร่างพราวเช่นนี้
เจียงอวี้เมามาย เขากอดโจวจื่อเหิงแล้วบอกว่า จะเป็นเพื่อนรักกันไปชั่วชีวิต
เขาบอกว่า วันหนึ่งเมื่อแก่ตัวลง มีลูกหลานเต็มบ้าน พวกเขาจะเล่นหมากรุกด้วยกัน ตีกอล์ฟด้วยกัน หาที่ที่งดงามราวกับภาพวาดเพื่อนั่งวาดรูปเงียบ ๆ ด้วยกัน และตกปลายามค่ำคืนรับลมทะเลบนเรือสำราญด้วยกัน
ตอนนั้น หลินทิงนั่งอยู่ข้าง ๆ เจียงอวี้
มิตรภาพของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ
แต่เธอคาดไม่ถึงเลยว่า เจียงอวี้จะแตกหักกับโจวจื่อเหิง
แล้วยังแตกหักเพราะเธออีกด้วย
เจียงอวี้ถือว่าโจวจื่อเหิงเป็นเพื่อนรักที่สุดจริงหรือ
ไม่เลย ไม่ใช่เลย
เพื่อนแท้คือคนที่ยอมเสียสละเพื่อกันและกัน
เชื่อใจกันและกันอย่างสุดหัวใจ
แต่เจียงอวี้ไม่เชื่อใจโจวจื่อเหิง ไม่เชื่อใจเธอ กลับปักใจเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่าเธอกับโจวจื่อเหิงมีอะไรกัน
ความเจ็บปวดและความน้อยเนื้อต่ำใจในวันวานย้อนกลับมาท่วมท้นอีกครั้ง
แต่ความเจ็บปวดและน้อยใจนี้ หลินทิงกดมันไว้ในอก
เธอไม่ต้องการให้อดีตที่โง่เขลาพวกนั้นมากระทบจิตใจเธออีก
เธอเพียงกล่าวว่า "ฉันบอกแล้ว ไม่ขอออกความเห็น"
เมื่อเห็นว่าทั้งคู่พูดกันไม่รู้เรื่อง เจียงซูเฉินก็ก้าวเข้ามาไม่กี่ก้าว
"เสี่ยวทิง โจวจื่อเหิงเป็นนักโทษประหาร การที่เขาแหกคุกหลบหนีเป็นเรื่องใหญ่หลวงมาก"
"พวกเราต่างก็ไม่อยากให้โจวจื่อเหิงถูกยิงทิ้งกลางถนน ถ้าเธอรู้เรื่องอะไร ช่วยบอกเราได้ไหม"
"อย่างน้อยผมกับเจียงอวี้พอจะช่วยคิดหาทางได้บ้าง"
