แม้หลินเจิ้นอวี่จะปวดใจที่หลินทิงป่วยก็ตาม
แต่ทว่าหลินทิงก็ใช้ท่าทางน่าสงสารน่าเวทนานี่แหละ ที่ทำให้เจียงอวี้ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับเวยเวยรู้สึกลังเลใจไม่ใช่หรือ?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ หลินเจิ้นอวี่ก็เกิดโทสะ
จากนั้นเขาก็ไม่สนใจความเป็นพี่น้องอีก พูดตรง ๆ ว่า
“เสี่ยวทิง ตอนเด็ก ๆ เธอก็เชื่อฟังดีนะ ตอนนี้ทำไมถึงได้ไร้ยางอายขึ้นมาขนาดนี้?”
“เจียงอวี้กับเวยเวยหมั้นหมายกันแล้ว ถึงแม้เมื่อก่อนเธอจะเคย...”
“ออกไป!”
ไม่ทันให้หลินเจิ้นอวี่พูดจบ หลินทิงก็ถีบออกไปสุดแรง
แม้ตอนนี้เธอจะยังป่วยอยู่
แต่การถีบเข้าที่ท้องของหลินเจิ้นอวี่ครานี้ เธอใช้แรงทั้งหมดของตัวเอง ถีบหลินเจิ้นอวี่กระเด็นออกไปนอกห้องผู้ป่วย
การถีบครานี้ ทำให้หลินเจิ้นอวี่เซถลาจนเกือบล้มหงายหลัง
ดอกยิปโซฟีล่าในมือก็ร่วงตกลงบนพื้น
ตอนถอยหลังก็ดันเหยียบเข้าให้
เมื่อก้มลงมอง ช่อยิปโซฟีล่างาม ๆ ก็ถูกเขาย่ำจนแหลกละเอียด ราวกับความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างเขากับหลินทิงที่แตกสลาย
ทั้งที่เขาเองก็เลี้ยงดูน้องสาวคนนี้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เขาคอยพร่ำสอนหลินทิงเสมอว่าการเป็นคนต้องมีมโนธรรม แต่ว่าหลินทิงมาถึงขั้นเสเพลเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?
ตึง! เมื่อมองดูประตูห้องผู้ป่วยที่ปิดสนิท หลินเจิ้นอวี่ก็เดือดดาลเข้าไปใกล้ กระหน่ำทุบประตูไม่ยั้ง “หลินทิง ฉันขอเตือนเธออีกครั้ง อย่าคิดทำลายชีวิตแต่งงานของเวยเวยกับเจียงอวี้เป็นอันขาด”
หลินทิงภายในห้องผู้ป่วย นึกเสียดายที่ไม่ได้ถีบให้หลินเจิ้นอวี่ต้องสิ้นไร้ไม้ดอกไปเลย
ความผูกพันฉันพี่น้องในวัยเด็ก ถูกผลาญจนไม่หลงเหลือแม้แต่หยดเดียว
เธอต่อหลินเจิ้นอวี่ เหลือไว้แค่ความเกลียดชัง
จู่ ๆ นอกประตูก็มีเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บของหลินเจิ้นอวี่ดังขึ้น “หลินจินอี นี่แกเป็นหมาหรือไง โอ๊ย แกปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ...”
หลินทิงเปิดประตู
โหยวจื่อที่กลับมาจากเคาน์เตอร์พยาบาล งับมือของหลินเจิ้นอวี่ไว้แน่น
“ปล่อย โอ๊ย...”
“โหยวจื่อ!”
หลินทิงร้องเรียก
โหยวจื่อถึงได้ปล่อยปาก
ร่างเล็ก ๆ วิ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าแม่
แล้วอ้าแขนทั้งสองข้างป้องกันแม่ จ้องเขม็งไปที่หลินเจิ้นอวี่
“หนูไม่ให้พี่รังแกแม่ของหนู!”
