หลินเจิ้นอวี่มองหลินเวยเวยที่ยืนทำท่าทางน่าสงสารอยู่ตรงหน้า
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าเมื่อก่อนตัวเองโง่เขลาขนาดไหน ถึงได้ถูกท่าทางอ่อนแอของเธอหลอกลวง
เขากัดฟันกรอด พูดย้ำว่า “บ้านตระกูลหลินของพวกเราไม่มีวันปล่อยเธอไปหรอก”
ความโกรธทำให้เส้นเลือดบนขมับปูดโปน
ท่าทางแบบนี้ของเขาทำให้หลินเวยเวยรู้สึกแปลกแยกและหวาดกลัว
เมื่อก่อน หลินเจิ้นอวี่เอ็นดูเธอ ตามใจเธอมากเหลือเกิน
เธอเคยจมดิ่งอยู่ในความรักความเอ็นดูที่บ้านตระกูลหลินมอบให้
จนเกือบจะคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูของตระกูลหลินจริง ๆ แล้ว
หลายปีมานี้ เธอถือว่าหลินเจิ้นอวี่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเธอจริง ๆ
เมื่อเห็นหลินเจิ้นอวี่เจ็บปวดเช่นนี้ หลินเวยเวยก็สำนึกผิดจากใจจริง
“พี่ เป็นฉันเองที่ผิดต่อพวกพี่ ให้โอกาสฉันได้ไถ่โทษสักครั้งนะ ได้ไหม”
พูดพลางเธอก็เดินเข้าไปดึงแขนของหลินเจิ้นอวี่
แต่กลับถูกหลินเจิ้นอวี่สะบัดออกอย่างแรง
แรงนั้นมากเกินไป จนหลินเวยเวยล้มลงบนพื้นเย็นเฉียบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
ข้อศอกที่กระแทกพื้นรู้สึกแสบร้อนขึ้นมาทันที
ยกแขนขึ้นดูก็เห็นว่าถลอก
เป็นแผลถลอกใหญ่ทีเดียว
หากเป็นเมื่อก่อน หลินเจิ้นอวี่คงจะปวดใจจนแทบบ้า
เขาคงจะรีบทำแผลให้เธอ เช็ดแผลให้
กลัวเธอจะเจ็บ เขาคงจะหาทางเบี่ยงเบนความสนใจของเธอ ปลอบโยนเธอ
แต่ในเวลานี้ ในแววตาของหลินเจิ้นอวี่เหลือเพียงความชิงชัง
มองดูเธอพยายามลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล เขาก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปช่วย
“หลินเวยเวย พ่อของฉันนอนอยู่ข้างในนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย”
“น้องสาวของฉันตัดสัมพันธ์กับตระกูลหลิน ไหนจะความทุกข์ทรมานที่เธอเคยได้รับมาก่อนหน้านี้”
“ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะแม่ลูกเธอก่อไว้ทั้งนั้น เธอคิดว่าฉันจะยกโทษให้เธอง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ”
หลินเวยเวยร้องไห้พลางพูดว่า “พี่ แต่เรื่องนี้จะโทษฉันคนเดียวได้อย่างไรกัน”
เธอก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน
“ถึงแม้ไม่มีฉัน มันก็จะมีอวี๋เวยเวยคนต่อไป ติงเวยเวยคนต่อไป ซ่งเวยเวยคนต่อไปอยู่ดี”
“ถ้าพี่ไม่เชื่อใจพี่สาวมากพอ พี่สาวของเราจะต้องทนทุกข์ทรมานกับเรื่องพวกนั้นได้ยังไง”
คำพูดนี้ทำให้หลินเจิ้นอวี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
……
ความวุ่นวายในตระกูลหลินโหมกระหน่ำอยู่พักใหญ่
