อาการของหลินทิงนั้น โจวจื่อเหิงเองก็ไม่กล้าการันตี
ในระหว่างนี้ ก็ยังไม่บอกโหยวจื่อก่อน
……
หลังจากงานศพสิ้นสุดลง เจียงอวี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า กระอักเลือดและหมดสติไป
จนถึงวันรุ่งขึ้น เขาก็ยังไม่ฟื้น
เมื่อเห็นเจียงอวี้หมดสติอยู่เช่นนั้น หลินเวยเวยก็ปวดใจยิ่งนัก
เธอไปถามแพทย์เจ้าของไข้ของเจียงอวี้
“คุณหมอคะ สามีของดิฉันทำไมจู่ ๆ ถึงกระอักเลือดคะ”
“ปกติเขาไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไรเลยนะคะ”
คุณหมอดูฟิล์มต่าง ๆ ของเจียงอวี้
หลังจากวิเคราะห์แล้ว เขาก็บอกสภาพตามจริงให้หลินเวยเวยฟัง
“คุณเจียงนี่เป็นภาวะกล้ามเนื้อกระเพาะเกร็งตัวและบาดเจ็บเฉียบพลันที่กระเพาะ อันเนื่องมาจากอารมณ์แปรปรวนครับ”
“โดยทั่วไปแล้ว จะเกิดภาวะนี้ขึ้นก็ต่อเมื่อโศกเศร้าเสียใจมากเกินไปเท่านั้นครับ”
ในชีวิตจริงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ
ภาวะโศกเศร้าเกินไปจนกระอักเลือดหมดสติ ไม่ใช่มีแค่ในนิยายกับละครหรอกหรือ
ในบัดดล หลินเวยเวยก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความกังวลและหวาดกลัวไม่รู้จบ
เจียงอวี้ห่วงใยหลินทิงมากมายเพียงไหน
ถึงได้โศกเศร้าเกินไป จนกระอักเลือดและหมดสติ
ตลอดทางที่กลับมาที่ห้องผู้ป่วย หลินเวยเวยเอาแต่กังวลอยู่เรื่องหนึ่ง
งานแต่งงานระหว่างเธอกับเจียงอวี้เพิ่งจัดไปได้ครึ่งเดียว เจียงอวี้ก็ทิ้งเธอไว้ที่บาหลี
แขกเหรื่อทุกคนที่มาร่วมงาน ต่างก็มองเธอเป็นตัวตลก
ตอนนี้งานแต่งก็ยังจัดไม่เสร็จ
แถมหลินเจี้ยนกั๋วยังไปหาซินแสฮวงจุ้ย เลือกฤกษ์จัดงานแต่งกับจดทะเบียนสมรสมาให้ ห่างกันวันเดียว
จัดงานแต่งเสร็จก่อน แล้วค่อยกลับประเทศไปจดทะเบียนสมรส
ตอนนี้ทะเบียนสมรสก็ยังไม่ได้จด
คืนเข้าหอที่เธอเฝ้ารอคอยก็ยิ่งพังไม่เป็นท่า
เมื่อหลินทิงจากไปแล้ว ตัวเธอกับเจียงอวี้ ยังมีโอกาสได้ไปต่อกันอีกหรือไม่
ครั้งนี้ เธอจะยังใช้ไม้ตายถอยเพื่อรุกคืบ อีกได้ไหม
ถ้าเธอยอมถอยเองจริง ๆ เจียงอวี้ต้องจากเธอไปในทันทีแน่ ๆ
พร้อมด้วยหัวใจที่หวาดกลัว หลินเวยเวยก็ผลักประตูห้องผู้ป่วยของเจียงอวี้เข้าไปอย่างกระวนกระวาย
ข้างใน กลับไร้ผู้คน
หัวเตียงมีสายน้ำเกลือที่ถูกดึงทิ้งห้อยตกลงมา
ปลายเข็ม มีเลือดหยดอยู่
เธอโทรหาเจียงอวี้ทันที
แต่โทรศัพท์ไม่มีใครรับสายเลย
