ค่ำคืนค่อย ๆ โรยตัวลงมาโดยไร้สุ้มเสียงเช่นนี้เอง
ในระหว่างออกสำรวจหุบเขาช่วงนี้ ต้วนอี้และพรรคพวกก็ได้เก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ ไว้ไม่น้อย เก็บสมุนไพรวิญญาณและศิลาวิญญาณล้ำค่ามามากมาย กระทั่งซูเหลียนเสวี่ยยังผนึกสัตว์เผ่าพืชพันธุ์คุณภาพระดับเขียวเพิ่มได้อีกหนึ่งตน
'ดูท่า นักผนึกการ์ดวิญญาณที่ผนึกมารบุปผาพฤกษาไป คงจะออกจากหุบเขานี้ไปแล้วสินะ'
'เดิมทีฉันยังอยากดูนักว่าเป็นผู้ใด' เวลานี้หานลี่เซวียนกำลังเอนกายพิงต้นไม้อยู่ พลางเอ่ยขึ้น
'ไม่พบก็ไม่พบไปเถิด อย่างไรพวกเราก็เก็บเกี่ยวของดีในหุบเขานี้ได้ไม่น้อยแล้ว นับว่าไม่ขาดทุน' ต้วนอี้ยิ้มน้อย ๆ กล่าว
'คืนนี้ผ่านพ้นไป ก็เหลือแค่สามวันก่อนออกจากแดนลับ หวังว่ายังจะได้พบของดีอีกบ้าง' ซูเหลียนเสวี่ยกำลังอุ้มอสูรอัญมณีวิญญาณ พูดอย่างตื่นเต้น
'หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเถิด ไหน ๆ ก็มาสักครั้งได้ยากนัก และหลังออกไปครานี้ ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ก็ถึงสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว'
'ว่าแต่พวกเธอคิดจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณที่ใดเอ่ย?'
ถือโอกาสพักผ่อน ต้วนอี้เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
'ฮ่า ๆ ตั้งแต่ตอนที่ฉันกลายเป็นนักผนึกการ์ดวิญญาณ ฉันก็คิดไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว'
'เป้าหมายของฉันก็คือหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งโลกทะเลสีคราม วิทยาลัยอัคคีราชัน!' หานลี่เซวียนกล่าวจบ ก็แหงนมองท้องนภาด้วยแววตาเปี่ยมความมุ่งมาด
'วิทยาลัยอัคคีราชันน่ะหรือ นั่นเป็นมหาวิทยาลัยที่สุดยอดอย่างแท้จริง ได้ข่าวว่านักศึกษาที่เรียนจบออกมา ล้วนประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า ต่อให้เป็นนักศึกษาธรรมดา ๆ โดยมากก็จะได้อนาคตที่ไม่เลวทีเดียว'
