“แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เก่งมากเหมือนกัน แถมยังเป็นผู้มีพลังพิเศษสายฟ้าอีก ส่วนฉัน... ฉันทำอะไรไม่เป็นเลย”
หลินอวี่เหยียนเม้มริมฝีปาก น้ำตาคลอจนแทบจะร่วง
เฉารั่วหรานทนเห็นเธอหมดกำลังใจแบบนี้ไม่ได้ “อวี่เหยียน ฉันยังเป็นแค่คนธรรมดาเลยนะ เธอบอกว่าตัวเองทำอะไรไม่เป็นได้ยังไง? พลังมิติส่วนตัวของเธอน่ะหายากมากในวันสิ้นโลกเชียวนะ!”
“ฉันได้ยินมาว่า แม้แต่ผู้มีพลังมิติส่วนตัวในฐานที่มั่นเฉินหยวนของเมืองหลวงก็ยังมีน้อยมาก”
“หา? เป็นไปไม่ได้มั้ง?”
“จริงสิ! ฉันแอบได้ยินพ่อพูดมา เขาบอกว่าโจวหนั่วเฉินอาจพาเธอไปเมืองหลวง รอดูเถอะ เขาต้องบอกเธอแน่”
“แต่ว่า...” หลินอวี่เหยียนยังคงลังเล “ถ้าเขาพาฉันไปด้วย ซือหร่านคงไม่พอใจใช่ไหม ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้พวกเขา”
“อวี่เหยียน เธอเทียบกับหล่อนไม่ได้หรอก ถึงหล่อนจะมีพลังสายฟ้าก็เถอะ แต่เธอได้ยินเรื่องนั้นหรือยัง?”
เฉารั่วหรานโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอ “เพิ่งมาถึงก็ไปหาเรื่องเซี่ยช่านแล้ว พลังสายฟ้าของเซี่ยช่านร้ายกาจแค่ไหนคงไม่ต้องให้ฉันพูดใช่ไหม นิสัยอย่างเขาน่ะ ต่อไปหล่อนอยู่ที่นี่ไม่รอดแน่!”
“รั่วหราน อย่าพูดถึงคนอื่นแบบนั้นเลย ฉันจะไปคุยกับเซี่ยช่าน บอกเขาว่าอย่าจงใจเล่นงานเธอ” หลินอวี่เหยียนพูดแทนซือหร่าน
“ฉันรู้ว่าเธอใจอ่อนที่สุด แต่หล่อนอิจฉาริษยา แค้นฝังใจและเอาคืนไม่เลิก ถึงได้ทำให้เซี่ยช่านโมโห ก็ต้องบอกว่านี่เป็นกรรมตามสนอง หล่อนสมควรแล้ว”
หลินอวี่เหยียนทำหน้ากังวล “ก็ได้ หวังว่าซือหร่านจะรีบปรับปรุงตัว ต่อไปพวกเราจะได้เป็นเพื่อนกัน”
เฉารั่วหรานไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ ทำไมต้องไปเป็นเพื่อนกับคนไม่มีอำนาจไม่มีเส้นสายอย่างนั้นด้วย หลินอวี่เหยียนดีกับแม้กระทั่งคู่แข่งความรัก ต่อไปอย่าโดนซือหร่านหลอกก็แล้วกัน