ดังนั้น ก่อนที่ฝูงซอมบี้จะอาละวาด พวกเธอควรอยู่บ้านให้ดีที่สุด รอจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น หากทั้งคู่ยังปลอดภัย ก็ค่อยรีบมุ่งหน้าไปเมืองหนานชิง
ช่วงที่ซอมบี้ระบาดหนัก ไม่ว่าจะเมืองอวี้หนิงหรือเมืองหนานชิงก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น
ระหว่างทางคงต้องเสียเวลาอยู่บ้าง แวะจัดการซอมบี้ประปรายเพื่อเรียกความกล้า พอไปถึง ฐานผู้รอดชีวิตในเมืองหนานชิงก็น่าจะสร้างเสร็จแล้ว
ความคิดช่างงดงาม แต่ความจริงกลับโหดร้าย
ฐานชางซงนี่ตกลงตั้งอยู่ตรงไหนของเมืองหนานชิงกันแน่? ในนิยายก็ไม่ได้บอกจุดสังเกตไว้เลยนี่นา!
หวังว่าพอไปถึงจะมีพี่ซอมบี้ใจดีช่วยบอกทางนะ
หลังเตรียมทุกอย่างพร้อม เช้าวันรุ่งขึ้นซือหร่านก็พาเย่ซูเหยาออกสำรวจเส้นทาง โดยขับรถคันเล็กที่ขายไม่ออกของเธอไปด้วย
“หร่านหร่าน เธอไม่ได้คิดจะเอาฉันไปขายใช่ไหม? ฉันไม่ได้มีค่าตัวเท่าไรหรอกนะ”
เย่ซูเหยานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ ปากบ่นไม่หยุด แต่ตัวกลับเอนสบายอยู่กับพนักพิง เธอดูแผนที่ในมือ ไขว่ห้าง แล้วแสร้งทำบรรยากาศให้ตึงเครียดอย่างขอไปที
“กินของเธอไปเถอะ ยังพกขนมมาด้วย คิดว่าพวกเรามาเที่ยวกันหรือไง?”
ซือหร่านมองถนนไปพลาง สังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวไปพลาง
“เธอขับรถ ฉันสบายใจอยู่แล้ว ตอนฝึกดริฟต์เมื่อสองสามวันก่อน ฝีมือแทบจะเทียบกับพวกมือเก๋าในสนามแข่งได้เลยนะ อัจฉริยะสาวที่รักของฉัน”
“แหวะ เลี่ยนชะมัด ดูแผนที่ไปสิ ต้องจำทางด้วย”
หลังขับรถบนทางขึ้นเขามาหลายชั่วโมง แม้เส้นทางจะขรุขระและขับยาก แต่ทั้งคู่ฝึกขับรถกันมาตลอดทั้งเดือน การขับบนถนนภูเขาจึงไม่ได้เปลืองแรงมากนัก
เมื่อยืนยันได้ว่าเส้นทางแคบนี้ผ่านไปได้ ซือหร่านก็เตรียมกลับรถ
จังหวะนั้นเอง ลูกสุนัขตัวหนึ่งเดินลงมาจากภูเขา ค่อย ๆ ขยับเข้าหารถของพวกเธอทีละนิด
ดูแล้วน่าจะเป็นชิวาวา มันเดินมาหยุดข้างหน้าต่างฝั่งผู้โดยสาร ก่อนส่งเสียงเห่าเบา ๆ อย่างประจบ ราวกับกำลังขออาหาร
เย่ซูเหยาไม่ได้คิดอะไรมาก นึกว่าเป็นสุนัขบ้านใครหลงทางมา จึงตั้งใจเปิดหน้าต่างแบ่งอาหารให้มันสักหน่อย อย่างน้อยจะได้ไม่อดตาย เผื่อมันจะประคองชีวิตรอจนหาทางกลับบ้านได้
“เดี๋ยวก่อน เหยาเหยา” ซือหร่านรีบกดมือเย่ซูเหยาไว้จนเกือบลุกพรวดขึ้นมา
“ดูตาของมันสิ...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่ซูเหยาก็เพ่งมองชิวาวาให้ชัด ก่อนหน้านี้อยู่ไกลเกินไปจึงมองไม่เห็น
ดวงตาที่โปนออกมาขุ่นมัวและซีดขาว แต่มีเส้นเลือดแดงปนอยู่ น้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก ผิวหนังรอบปากกระตุก ฟันแหลมคมเผยให้เห็นวับ ๆ ร่างกายแข็งทื่ออย่างยิ่ง ส่วนหัวส่ายไปมาเหมือนพร้อมจะหลุดออกมาได้ทุกเมื่อ
“อึก...”
เย่ซูเหยารีบยกมือปิดปาก กลัวว่าตัวเองจะกรีดร้องออกมาในวินาทีถัดไปจนสร้างปัญหาให้ซือหร่าน
เมื่อเห็นคนบนรถไม่ขยับเขยื้อน ชิวาวาก็เริ่มพุ่งชนตัวรถอย่างแรง ราวกับพร้อมจะพลิกรถให้คว่ำได้ทุกเมื่อ
ซือหร่านเหยียบคันเร่งโดยไม่ลังเล หักพวงมาลัยกลับรถอย่างรวดเร็ว แล้วเร่งทะยานไปตามถนนบนภูเขา
“เหยาเหยา สวมเสื้อคลุมแล้วหยิบอาวุธไว้ เตรียมพร้อมตลอดเวลา”
พอได้ยินเสียงสงบนิ่งของซือหร่าน เย่ซูเหยาก็เหมือนได้หลักยึด เธอหยิบอาวุธของทั้งคู่ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
ทันใดนั้น ซือหร่านเหยียบเบรกกะทันหัน รถคันเล็กแทบต้านแรงไม่ไหวจนเกือบพุ่งหลุดถนน เสียงยางเสียดสีกับพื้นดังแสบแก้วหู เย่ซูเหยาที่นั่งข้างคนขับถูกแรงเหวี่ยงจนก้นลอยจากเบาะ
เธอสาบานเลยว่าต่อไปจะไม่ขึ้นรถคันนี้อีกแล้ว
สิ่งที่ขวางทางอยู่ข้างหน้าคือซอมบี้กวางตัวมหึมา ซือหร่านมั่นใจว่าถ้าขับชนเข้าไป รถต้องพังยับและคนต้องตายแน่ รถคันเล็กถูกชิวาวากับกวางหนีบไว้ทั้งสองด้าน
“คนละตัว ฉันจัดการกวางเอง อย่าให้โดนกัด จำไว้ว่าให้โจมตีหัว ระวังตัวด้วย”
พูดจบซือหร่านก็สวมเสื้อคลุม หยิบอาวุธ แล้วลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว
เธอโกรธจริง ๆ แล้ว แค่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกเฮงซวยนี่ก็พอทน แถมยังได้บทที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองอีกก็ช่างมัน แต่ไหนบอกว่าสัตว์จะอยู่แค่ในป่าลึกก่อนวันสิ้นโลกไง?
ถนนตีนเขาอยู่ใกล้เมืองอวี้หนิงยิ่งกว่าป่าลึกเสียอีก
ทำไมไม่ปล่อยให้สัตว์ไปกัดเธอถึงบ้านเลยล่ะ?
บ้าจริง เรื่องยุ่ง ๆ โผล่มาไม่หยุดหย่อนเลย
ซือหร่านถือดาบคู่ จ้องกวางตรงหน้าเขม็ง ขนของมันเต็มไปด้วยแผล เนื้อเน่าห้อยย้อย
จู่ ๆ ซอมบี้กวางก็พุ่งเข้ามาราวกับลูกธนูหลุดจากสาย
ซือหร่านเบี่ยงตัวหลบการโจมตีถึงตาย ดาบคู่ในมือแทงเข้าไปในร่างกวางตามแรงส่ง ก่อนลากเป็นแผลยาวสองรอย
ซอมบี้กวางดูเหมือนไม่รู้สึกเจ็บ มันหันกลับมาใช้เขาโจมตีซือหร่าน
เธอรีบใช้ดาบในมือซ้ายปัดป้อง แล้วหมุนตัวไปทางด้านขวาของกวาง ยกขาเตะสีข้างอย่างแรง แต่มันเพียงเซไปนิดเดียว ไม่ล้มลง
“ให้ตายสิ! เล่นบ้าอะไรเนี่ย”
ดูท่าเจ้าสิ่งนี้คงต้องใช้ไหวพริบจัดการ ซือหร่านรีบหาต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วหลบไปด้านหลัง รอให้กวางเข้ามาใกล้ ค่อยหาจังหวะโจมตีให้ถึงตาย
หนึ่งก้าว สองก้าว... ใกล้เข้ามาแล้ว...
ซือหร่านกะจังหวะได้พอดี กำลังจะยกมือขึ้น จู่ ๆ ลูกไฟก็พุ่งใส่กวาง แรงกระแทกรุนแรงจนมันปลิวไปไกลสองเมตร ก่อนกรีดร้องอย่างทรมานอยู่ในกองเพลิง
ซือหร่านชะงักงันไปทันที เดี๋ยวก่อน เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?
พลังพิเศษธาตุไฟงั้นเหรอ?
บทเรื่องผิดพลาดอีกแล้วหรือ? พลังพิเศษมาจากไหนกันตอนนี้?
เธอขาดการติดต่อกับโลกภายนอกไปแล้วหรือไง? หรือเวลาหนึ่งวันในภูเขาเท่ากับหลายสิบปีข้างนอก? ความคิดเพ้อฝันสารพัดผุดขึ้นมาในหัวซือหร่าน
“ตกใจจนเอ๋อไปแล้วหรือไง?”
เสียงผู้ชายเย็นชาเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทุ้มต่ำ กลับมีเสน่ห์น่าฟังอย่างยิ่ง
แต่คำพูดนี่ฟังไม่เข้าหูเอาเสียเลย
ซือหร่านหันไปตามเสียง เห็นชายคนหนึ่งยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล รูปร่างสูงเพรียวพิงต้นไม้อย่างเกียจคร้าน ใบหน้าคมคายได้รูป สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อย ดวงตาลึกล้ำ เขากำลังมองเธอด้วยแววตาหยอกเย้า
ซือหร่านไม่ใช่คนบ้าผู้ชาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า เพียงเห็นชายคนนี้ครั้งแรกแล้วนึกถึงพลังพิเศษที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอก็ยืนยันได้ทันทีว่าเขาคือพระเอกของนิยายเรื่องนี้ โจวหนั่วเฉิน
ด้านหลังเขามีรถออฟโรดสีดำจอดอยู่ คนในรถทยอยลงมากันหมด
ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าประณีตมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เกาะอยู่ เธอเพิ่งผ่านการต่อสู้มา ดวงตากลมเป็นประกายราวกับดวงดาว แก้มแดงระเรื่อ ลักยิ้มปรากฏให้เห็นเลือนราง
ตอนแรกที่เห็นเธอ แววตาของเธอมีทั้งความตกใจและสงสัย แต่ไม่มีความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้กวางเพียงลำพัง
ดูท่าจะเป็นสาวน้อยที่ไม่ธรรมดา
ระหว่างต่อสู้กัน เด็กสาวทั้งสองแยกห่างกันไปบ้าง อีกด้านหนึ่ง เย่ซูเหยาจัดการชิวาวาได้แล้ว จึงรีบมาตามหาซือหร่าน พอเห็นผู้ชายสี่คนยืนอยู่ตรงนั้น เธอก็ชะงักด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“หัวหน้า กวางตัวนี้วิ่งเก่งชะมัด ถ้าไม่กลัวว่ามันจะไปทำร้ายคนในเมือง ผมก็คงไม่ต้องไล่ตามมันออกมาจากภูเขาถึงนี่หรอก”
สวี่จื่อโม่พูดพลางเหลือบมองซอมบี้กวางที่ล้มอยู่
ซือหร่าน “...”
พวกเขาไล่มันลงมางั้นเหรอ?
ถึงว่า ไม่ใช่เพราะเธอประมาทจริง ๆ ด้วย เธอก็ว่าแล้วว่าสิ่งนี้มาอยู่ตรงนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย
ขอร้องล่ะ เธอเป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้นนะ! รัศมีพระเอกจะแรงจนส่งผลกระทบมาถึงเธอด้วยหรือไง?
ฮือ ๆ ยอมรับว่าโชคร้ายแล้วกัน กอดตัวเอง.jpg
“หร่านหร่าน ไม่เป็นไรใช่ไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เย่ซูเหยาดึงเธอไว้อย่างร้อนใจ พลางมองซ้ายมองขวา
“ฉันไม่เป็นไร ต้องขอบคุณพวกเขาที่เข้ามาช่วย พวกเราไปขอบคุณแล้วรีบไปกันเถอะ”
คำพูดของซือหร่านฝืนใจสุด ๆ ทั้งที่กวางถูกพวกเขาไล่ลงมา ทั้งที่เธอจัดการเองได้แท้ ๆ ตอนนี้ยังต้องไปขอบคุณอีก
เธอดูเหมือนคนซวยที่โดนหลอกใช้มากนักหรือไง?
