ตลอดทางเลี้ยวผ่านทางแยกหลายแห่ง ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องสีดำสนิทที่สลักลวดลายลึกลับไว้
ดยุกลุนคาผลักประตูห้องเดินเข้าไป แล้วหันกลับมาส่งสัญญาณให้เอรอสที่อยู่ด้านหลังตามเข้าไป
ประตูห้องค่อย ๆ ปิดลง เอรอสสำรวจรอบห้องด้วยความสงสัย
ห้องกว้างใหญ่แต่ข้าวของที่จัดวางมีไม่มากนัก เพียงโต๊ะตัวหนึ่ง เก้าอี้สองสามตัว และสิ่งของชิ้นใหญ่ที่สุดคือตู้หนังสือที่ตั้งชิดอยู่มุมห้อง
ขณะที่เขากำลังจะมองดูว่ามีหนังสืออะไรวางอยู่บนชั้นบ้าง จู่ ๆ ชื่อหนังสือเหล่านั้นก็กลายเป็นหนวดระยางที่บิดเบี้ยวอย่างน่าขนลุก
เริ่มบิดไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมกันนั้นก็มีเสียงกระซิบกระซาบลอดเข้ามาในหูจนขนลุกซู่
เอรอสกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งครั้ง ฝืนข่มไว้ไม่ให้ร้องออกมาด้วยความตกใจ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระแอมดังมาจากข้างกาย
ฉับพลัน! เสียงกระซิบกระซาบที่ดังอยู่ข้างหูพลันหายไปในบัดดล
เมื่อมองไปที่ตู้หนังสืออีกครั้ง หนังสือนานาสีถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบบนชั้น ราวกับว่าหนวดระยางที่บิดเบี้ยวน่าขนลุกเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอนของตนเอง
เอรอสมั่นใจว่าเมื่อครู่ตนมิได้ตาฝาดหรือหูฝาดไป แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาเงยหน้ามองพ่อของตน หวังว่าพ่อจะช่วยอธิบายให้ฟังได้
ดยุกลุนคากระแอมเสียงหนึ่ง "เมื่อครู่เจ้ามิได้ตาฝาดหรือหูฝาดไป สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังต่อจากนี้ เรื่องความรู้ต้องห้ามที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้อารยธรรม..."
เมื่อฟังพ่อเล่าทีละประโยค เอรอสก็เริ่มเห็นภาพรวมของด้านลี้ลับของโลกใบนี้
