“น้องชาย หมาป่าปีศาจตัวนี้... นายเป็นคนฆ่ามันเหรอ?”
ภายในร้านวัสดุว่านทง
เจ้าของร้านมองหมาป่าเหล็กสันหนามโลหิตชาดที่นอนอยู่บนพื้น ก่อนจ้องหลินหยวนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
นักเรียนมัธยมปลายอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี ลากสัตว์อสูรระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่มาขาย
ช่างน่าตกตะลึงจริง ๆ
หลินหยวนเช็ดเหงื่อที่ไม่มีอยู่บนหน้าผาก ก่อนเผยรอยยิ้มถ่อมตน
“เจ้าของร้านพูดเกินไปแล้ว ผมจะมีฝีมือขนาดนั้นได้ยังไง”
“ผมแค่โชคดี ในรอยแยกบังเอิญเจอมันกำลังสู้กับสัตว์อสูรอีกตัวจนบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ สุดท้ายมันเหลือลมหายใจเฮือกเดียว ผมก็เลยเข้าไปเก็บตกเอา”
เขาไม่ได้ตั้งใจโกหก แต่ถ้ายอมรับขึ้นมา ไม่รู้จะโดนซักไซ้อะไรอีกบ้าง
สู้ไม่ยอมรับไปเสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระ
“โชคดีงั้นเหรอ?”
หางตาเจ้าของร้านกระตุก เขายื่นมือไปแตะกะโหลกของหมาป่าเหล็กสันหนามโลหิตชาดตรงรอยบุ๋มลึก
รอยยุบลึกหลายนิ้วนี้เห็นชัดว่าเกิดจากหมัดอันรุนแรงน่าสะพรึงกลัวที่ทะลวงเข้าไปในพริบตา แรงสั่นสะเทือนทำลายเนื้อสมองด้านในจนแหลกละเอียด!
พลังระเบิดที่สังหารได้ในหมัดเดียวแบบนี้ อย่างน้อยต้องมีขีดจำกัดพลังปราณและเลือดเกิน 1,500 แต้มถึงจะทำได้ แบบนี้เรียกว่าเหลือลมหายใจเฮือกเดียวหรือ?
เจ้าของร้านรู้สึกราวกับคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำในใจ
ไอ้หนุ่มนี่ต้องปิดบังอะไรอยู่แน่
ไม่แน่ว่าเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานจากตระกูลใหญ่สักแห่ง ที่ออกมาหาประสบการณ์ชีวิต แล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ตรงนี้ก็ได้!
พอคิดได้เช่นนั้น
ท่าทีของเจ้าของร้านก็เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นและนอบน้อมขึ้นมาทันที
ผูกไมตรีกับคนหนุ่มที่มีภูมิหลังและพรสวรรค์โดดเด่นเช่นนี้ ย่อมไม่เสียหายแน่นอน
