บทที่ 5 เต๋อเฟยมาเยือน
“เป็นไปได้ยังไง องครักษ์จวนตวนอ๋องของข้าปฏิบัติตามกฎหมายที่สุด ไม่เคยหาเรื่องตีใครก่อน”
“ข้าเห็นเขาอวดดีนัก ไม่เห็นจวนตวนอ๋องของข้าอยู่ในสายตา แถมยังพาคนมามากมายปิดหน้าจวนข้าไว้ ข้ากลัวเขาจะมาตีพ่อข้า ก็เลยเรียกองครักษ์มาปกป้องข้า”
“ตกใจแทบตายเลย โชคดีที่มีองครักษ์อยู่ ไม่งั้นข้ากับเสด็จพ่อคงถูกคุณชายสามสกุลกู้ตีตายคามือแน่”
กู้เฉิงหยางฟังคำพูดที่กลับดำเป็นขาวนี่เข้าไป โมโหจนแผลตามตัวยิ่งปวดหนัก
“กระหม่อมกู้สามแห่งตระกูลกู้ คารวะฝ่าบาท ขอทรงชี้แจงให้กระจ่างพ่ะย่ะค่ะ!”
“วันนี้กระหม่อมไปยังจวนตวนอ๋องเพียงเพื่อขอตัวทาสหลบหนีของตระกูลกู้คืนกลับมา หาได้มีเจตนาล่วงเกินตวนอ๋องและองค์หญิงน้อยแต่ประการใด”
“องค์หญิงน้อยทรงปกป้องทาสหลบหนีของตระกูลกู้โดยไม่มีเหตุผล ไม่ยอมส่งตัว นั่นก็แล้วไป กระหม่อมหว่านล้อมด้วยวาจาดี แต่องค์หญิงน้อยกลับไม่ถามหาความจริง กลับสั่งให้องครักษ์ทุบตีกระหม่อมกับคนติดตามทันที!”
เย่ฉงทำหน้าสงบนิ่ง “เจ้าบอกว่าข้าแย่งทาสหลบหนีของตระกูลเจ้ามา? หลักฐานล่ะ? ไม่มีหลักฐานก็เท่ากับปั้นน้ำเป็นตัว”
กู้เฉิงหยางหยิบใบขายทาสออกมา “นี่คือใบขายทาสของทาสหลบหนีนั่น ทาสหลบหนีคนนั้นชื่ออาหนู มือไม้ไม่สะอาด ขโมยของของตระกูลข้าหนีไป กระหม่อมตามสืบอยู่หลายวัน ถึงได้รู้ว่า คนผู้นี้ถูกองค์หญิงน้อยพาตัวเข้ามาอยู่ในจวนต่างหาก!”
เย่ฉงชายตามองกระดาษในมือของคุณชายสามสกุลกู้ “แม้แต่ตราประทับของทางการก็ไม่มี จะเรียกว่าใบขายทาสได้ยังไง! แล้วในจวนข้าก็ไม่มีคนที่ชื่ออาหนู!”
“เจ้า....” สีหน้ากู้เฉิงหยางเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว ในใจทั้งร้อนรนทั้งโกรธ
ตระกูลใหญ่แบบพวกเขา บ่าวไพร่ข้างล่างมีมากมายราวกับวัวควาย แล้วจะให้ใบขายทาสของทุกคนต้องไปประทับตราถึงทางการเชียวหรือ?
ขอเพียงใบขายทาสอยู่ในมือเขา คนนั้นก็เป็นคนของตระกูลกู้ สนใจอะไรว่าเป็นสัญญาขายทาสถูกกฎหมายหรือไม่?
แล้วอีกอย่าง อาหนูนี่เขาซื้อมาจากสนามสู้สัตว์ สถานที่แบบนั้นที่ซื้อมา ล้วนเป็นพวกคนเถื่อน ๆ ที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ แล้วจะมีเอกสารรับรองจากทางการได้ยังไง?
ระหว่างที่เขาไม่รู้จะทำยังไง ก็มีขันทีน้อยเข้ามารายงานว่า พระสนมเต๋อเฟยขอเข้าพบ
กู้เฉิงหยางได้ยินว่าพี่สาวของพ่อตัวเองมา ก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งทันที
สิ้นเสียงประกาศของขันที เต๋อเฟยในชุดคลุมงามสง่าโอ่อ่า เดินเข้ามาอย่างมีสง่าราศี
เบื้องหลังนางมีสตรีที่แต่งกายงดงามเช่นกัน ลักษณะคิ้วตามีส่วนคล้ายกับกู้เฉิงหยางอยู่บ้าง นั่นก็คือกู้ชิงอวี่พี่สาวแท้ ๆ ของกู้เฉิงหยางนั่นเอง
เต๋อเฟยย่อกายคารวะฮ่องเต้และฮองเฮาก่อน สายตากวาดมองบรรยากาศในท้องพระโรงอย่างรวดเร็ว ในใจพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว
จากนั้นก็มองไปยังกู้เฉิงหยาง “นี่เจ้าถูกใครตีมา? ถึงได้บาดเจ็บปางตายเช่นนี้?”
กู้เฉิงหยางเหมือนได้พบเสาหลัก ก็ทำหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรม “ท่านอา พี่หญิง องค์หญิงน้อยเจาหยางนาง.....นางแย่งทาสของข้า ไม่เพียงปฏิเสธเสียงแข็ง ยังให้องครักษ์ตีข้าอีก”
เต๋อเฟยเห็นบาดแผลทั่วร่างของหลานชาย ก็มองเย่ฉงด้วยแววตาที่แฝงความพิโรธ แต่ด้วยเพราะฮ่องเต้กับฮองเฮาอยู่ด้วยจึงต้องฝืนกลั้นไว้
“ไม่ทราบว่าคุณชายกู้สามคนนี้ไปทำอะไรล่วงเกินองค์หญิงน้อย จึงทำให้องค์หญิงน้อยลงมือหนักถึงเพียงนี้”
เย่ฉงส่งเสียงเย็นในลำคอ ไม่สนใจนาง หันไปมองฮ่องเต้กับฮองเฮาที่ประทับอยู่ด้านบนแทน
“เสด็จอา ท่านอาแม่ พวกเขาแบล็คเมล์ข้า! แท้จริงแล้วเป็นบ่าวในจวนข้าของเขาเองต่างหากที่ตี ราษฎรในเมืองหลวงล้วนเป็นพยานได้”
เย่ฉงมีสีหน้ามั่นใจ องครักษ์ในจวนนางสั่งเสียไว้หมดแล้วว่า คนแบบไหนควรตี คนแบบไหนต้องยืมมือคนอื่นตี
ดังนั้น องครักษ์จวนอ๋องจึงรู้จักความพอดีมาก นอกจากจะตะโกนข่มขวัญเสียงดัง โดยปกติแล้วจะไม่ลงมือก่อน แต่จนแล้วจนรอดบ่าวตระกูลกู้โมโหแรงนี่นา ได้ยินองครักษ์กลุ่มหนึ่งตะโกนว่ายอมตายปกป้องอ๋อง พุ่งเข้าใส่พวกตน สมองร้อนก็รี่เข้าใส่ทันที
“เจ้า!” กู้เฉิงหยางโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมแรง
พวกองครักษ์จวนอ๋องหน้าด้านจริง ๆ ตะโกนข่มขวัญได้สะใจ พอถึงเวลาจริงดันหลบไปหลังเขาเสียหมด ส่งผลให้พวกไอ้โง่ที่เขาพามา กระบองกับกำปั้นร่วงลงบนตัวเขาจนหมด
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว ทรงนวดคลึงหว่างคิ้วเบา ๆ หันไปทางกงกงฝูที่อยู่ด้านข้าง “ฝูไห่ เจ้ามาสรุปซิ หน้าจวนตวนอ๋องเกิดอะไรขึ้นแน่?”
กงกงฝูรีบโค้งตัวรายงาน “ทูลฝ่าบาท ตอนที่ผู้อาวุโสไปถึง สองฝ่ายลงมือกันแล้วจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ผู้อาวุโสเห็นบ่าวตระกูลกู้ถือกระบองไล่ตามทุบองครักษ์จวนอ๋อง องครักษ์จวนอ๋องหลบไปอยู่หลังคุณชายสามสกุลกู้ ส่วนองค์หญิงน้อยก็ตกพระทัยกอดสองสาวใช้ร้องลั่น”
“ส่วนเหตุผลที่ลงมือ ผู้อาวุโสสอบถามราษฎรแถวนั้นมา.....เขาว่า.....เขาว่าคุณชายสามสกุลกู้พานักเลงมือกระบองกลุ่มหนึ่งไปปิดล้อมหน้าจวนตวนอ๋อง ประกาศจะฆ่าท่านอ๋องตวนอ๋องแน่ะ”
ฮ่องเต้ทรงส่งสายตาคมกริบไปยังกู้เฉิงหยาง
“ฝ่าบาท!” กู้เฉิงหยางรีบแก้ตัว “กระหม่อมถูกใส่ร้าย! กระหม่อมพาคนรับใช้ไปก็เพื่อทวงทาสหลบหนีของตระกูลกู้คืนเท่านั้น ไม่กล้าล่วงเกินตวนอ๋องแม้แต่น้อย แล้วก็กระบองพวกนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนในบังคับกระหม่อมนำมาเลย”
“ต้องเป็นพวกองครักษ์จวนอ๋องยัดใส่มือคนติดตามของกระหม่อมแน่”
เย่ฉงมองเขาอย่างเหลือเชื่อ “บ้าป่ะเนี่ย ข้าจะให้กระบองพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้ตีเสด็จพ่อข้าอย่างนั้นหรือ?”
เต๋อเฟยฟังเย่ฉงเอาแต่พูดไม่หยุดปากว่า กู้เฉิงหยางพาคนบุกจวนตวนอ๋องจะมาตีพ่อ ก็โกรธจนอกกระเพื่อม
“องค์หญิงน้อยอย่ามาปั้นน้ำเป็นตัว! เด็กคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดในตระกูลกู้ตั้งแต่เล็ก มีความเคารพและรู้กฎเกณฑ์ที่สุด เหตุใดจะทำเรื่องเหลวไหลพาคนไปตีถึงจวนตวนอ๋องได้? องค์หญิงน้อยกล่าวหาโดยไม่มีมูลเช่นนี้ หรือจะคิดว่าตระกูลกู้ข้าไร้คน ปล่อยให้เจ้าแต่งเรื่องได้ตามใจ?”
เย่ฉงได้ยิน ก็ยกมือทาบอก ทำหน้าเจ็บช้ำมองเต๋อเฟย “นี่.....นี่นางด่าข้าหรือนี่?”
เต๋อเฟย:“???”
“ข้าด่าเจ้าแต่เมื่อไหร่?”
เย่ฉงทำหน้าเคียดแค้น “เมื่อกี้เจ้าด่าว่าข้าไร้การอบรม!”
เต๋อเฟยกัดฟัน นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ไอ้โง่นี่ ไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมในวังเสียเลยหรือ?
คนปกติได้ยินแบบนี้ก็ต้องพยายามพูดอ้อม ๆ ตอบโต้กลับไม่ใช่หรือ?
ที่ไหนมีคนถามตรง ๆ อย่างนี้ว่าฝ่ายตรงข้ามด่าตัวเองหรือเปล่า
องค์หญิงน้อยนี่เป็นเด็กที่ยังไม่หย่านมหรือไร?