โจวเฉียนรีบเดินเข้าไปหาเสิ่นเวย ดวงตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจ
“พี่เวยเวย ดูหน้าผมสิ โดนเว่ยเหยียนทำร้ายทั้งนั้น เขาบ้าไปแล้ว อัดผมซะน่วมเลย”
เสิ่นเวยเห็นบาดแผลเต็มหน้าเขา ก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที
เธอหันไปตวาดเว่ยเหยียน
“จู่ ๆ นายเป็นบ้าอะไรขึ้นมา? ทำร้ายเพื่อนร่วมงานจนสภาพเป็นแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นเนี่ยนะ? ฉันสั่งให้นายขอโทษโจวเฉียนเดี๋ยวนี้!”
เว่ยเหยียนตอบทันที
“ประธานเสิ่น คุณฟังความข้างเดียวของโจวเฉียนไม่ได้นะ เขาชนพ่อผมก่อน แล้วยังซ้อมพ่อผม แถมบังคับให้พ่อคุกเข่าขอโทษด้วย
คุณคิดว่าผมไม่ควรซัดเขาสักยกหรือไง?!!!”
เว่ยเหยียนรู้มานานแล้วว่าเสิ่นเวยเป็นผู้หญิงไร้หัวใจ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเลือดเย็นได้ถึงขนาดนี้ ถึงกับทำกับพ่อตาที่ส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยอย่างเย็นชา ไม่สนใจบาดแผลบนใบหน้าเขาเลยสักนิด
เอาแต่เป็นห่วงโจวเฉียนไม่หยุด
ที่น่าขำยิ่งกว่านั้นคือ เธอห้ามเว่ยเหยียนเรียกเธอว่าภรรยาในบริษัทอย่างเด็ดขาด แต่กลับปล่อยให้โจวเฉียนเรียกเธอว่าพี่เวยเวยอย่างสนิทสนมต่อหน้าทุกคน ลำเอียงกันขนาดนี้ ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าโจวเฉียนต่างหากที่เป็นสามีเธอ
เสิ่นเวยเพิ่งสังเกตเห็นบาดแผลบนใบหน้าของเว่ยจวิน สีหน้าของเธออ่อนลงเล็กน้อย
แต่ไม่นานก็หันไปมองเว่ยเหยียนด้วยสีหน้าเหมือนผิดหวังที่เขาไม่เอาไหน
“ถึงโจวเฉียนจะทำอะไรไม่ถูก นายก็ตักเตือนเขาด้วยคำพูดก็พอแล้ว ทำไมต้องลงไม้ลงมือจนเขาเป็นแบบนี้ด้วย?
อีกอย่าง นายก็เป็นพนักงานเก่าของบริษัท ส่วนโจวเฉียนเพิ่งเข้ามาใหม่ ต่อให้นายไม่ดูแลพนักงานใหม่ก็ช่างเถอะ แต่จะมีใครเขาทำกันแบบนาย บ้าบออะไรนิดหน่อยก็ทำร้ายคนจนเป็นแบบนี้?
