ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเซี่ยซิงเหยาก็หลอมพลังวิญญาณที่นำเข้าสู่ร่างกายได้สำเร็จ ขอบเขตทะลวงถึงขั้นหลอมปราณระดับหนึ่ง
“พี่อี้ หนูทำสำเร็จแล้ว!”
“ตอนนี้หนูก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนเหมือนพี่แล้ว!”
เซี่ยซิงเหยาที่ทะลวงถึงขั้นหลอมปราณระดับหนึ่งได้สำเร็จมีความสุขอย่างยิ่ง เธอลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดโลดเต้นไม่หยุด
“อื้ม เหยาเหยาเก่งมาก วันแรกก็ชักนำปราณเข้าสู่ร่างกายได้สำเร็จแล้ว นับว่าเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญที่หาได้ยากยิ่งคนหนึ่งเลย!” หยุนอี้กล่าวชมพร้อมรอยยิ้ม
“ที่ไหนกัน ทั้งหมดเป็นเพราะพี่อี้ต่างหาก ถ้าไม่ได้กินผลหยั่งรู้มรรคา หนูคงบำเพ็ญสำเร็จเร็วขนาดนี้ไม่ได้แน่!”
เซี่ยซิงเหยารู้ดีว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะหยุนอี้ ยามมองเขา แววตาของเธอแทบจะหวานเยิ้ม
หยุนอี้เห็นว่าเด็กสาวขาดความมั่นใจเกินไป จึงกล่าวว่า “เหยาเหยาทะลวงขั้นได้เร็วขนาดนี้ ก็แสดงว่าพรสวรรค์ของเหยาเหยาสูงมาก ไม่ใช่ผลของผลหยั่งรู้มรรคาเพียงอย่างเดียวหรอก!”
“เหยาเหยา ต้องมั่นใจในตัวเองหน่อยนะ หนูเป็นอัจฉริยะตัวน้อยเลยล่ะ!”
“อื้ม หนูเข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่อี้นะ!” เซี่ยซิงเหยายิ้มหน้าบานขึ้นมาทันที
“โฮ่ง~!”
ลูกหมาป่าน้อยเดินโซเซมาถึงข้างเท้าหยุนอี้ ตอนมันลืมตาขึ้นครั้งแรก คนที่เห็นเป็นคนแรกก็คือหยุนอี้ มันจึงคิดว่าหยุนอี้เป็นแม่ของตัวเอง
พอหิว มันก็จะคลานมาส่งเสียงร้องอยู่ตรงเท้าหยุนอี้
“บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่แม่นาย!” หยุนอี้อุ้มลูกหมาป่าน้อยขึ้นมาอย่างจนใจ
“โฮ่ง! โฮ่ง!” เสี่ยวอิ๋นไม่สนใจอะไรทั้งนั้น มันมุดไปมาซุกอยู่ในอ้อมแขนหยุนอี้เพื่อหาอาหาร
