“โจวจื่อหยาง นายไหวไหมเนี่ย! ถ่านยังไม่ติดอีกเหรอ?”
โจวจื่อหยางกำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาย่างที่ตั้งขึ้น พลางจุดถ่านไปด้วย
ถ่านนี่ก็ซื้อมาจากในเมือง เป็นถ่านไร้ควัน แม้บ้านเกิดของหยุนอี้จะมีถ่านอยู่เหมือนกัน แต่เผาแล้วขี้เถ้าฟุ้งง่าย
เจียงเหล่ยมองโจวจื่อหยางจุดถ่านมาห้านาทีแล้วก็ยังไม่ติด จึงเอ่ยถามอย่างคาใจ
“โธ่เอ๊ย ไสหัวไปเลย เจียงเหล่ย นายต่างหากที่ไม่ไหว!”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าผู้ชายห้ามพูดว่าไม่ไหว พอพูดเข้า อีกฝ่ายก็เดือดขึ้นมาทันที!
โจวจื่อหยางกลอกตาใส่เจียงเหล่ยอย่างหงุดหงิด
“พอเถอะ โจวจื่อหยาง เลิกฝืนได้แล้ว ฉันช่วยเอง!”
เจียงเหล่ยไปหาเศษหญ้าแห้งมาจุดไฟ แล้ววางลงบนถ่าน
ในที่สุด ด้วยความพยายามของทั้งคู่ ถ่านก็ลุกติดไฟได้สำเร็จ
พวกเขาเช่าเตาย่างมาทั้งหมดห้าเตา ทุกคนเริ่มหยิบอาหารที่เสียบไม้เตรียมไว้แล้ววางลงบนเตา
ในงานมีผู้ชายหนุ่มอยู่เพียงไม่กี่คน ได้แก่ หยุนหลง หยุนหมิง โจวจื่อหยาง เจียงเหล่ย และหยุนอี้ งานย่างบาร์บีคิวจึงตกเป็นหน้าที่ของทั้งห้าคนไปโดยปริยาย
ส่วนพวกผู้หญิงก็ไม่ได้อยู่ว่าง ต่างเริ่มนำผลไม้ออกมาจัดใส่จาน
ผลไม้มาจากไหนน่ะหรือ? แน่นอนว่าเก็บมาจากสวนผลไม้ของหยุนหลง
หยุนหลงกับหยุนหมิงย่างเนื้อวัวและเนื้อแกะบนเตาอย่างคล่องแคล่ว
ตรงกันข้าม โจวจื่อหยางกับเจียงเหล่ยเพิ่งย่างบาร์บีคิวเองเป็นครั้งแรก มองอย่างไรก็ยังเก้ ๆ กัง ๆ
หยุนอี้เองก็เพิ่งย่างเป็นครั้งแรกเหมือนกัน แต่กลับดูสงบนิ่ง ทั้งทาน้ำมัน โรยเกลือ ใส่ยี่หร่าและเครื่องปรุงต่าง ๆ
ท่วงท่าลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ลนลานเหมือนโจวจื่อหยางกับเจียงเหล่ยเลยสักนิด
