"หา?"
หวังซิ่วเจินคิ้วแทบตั้งชัน
"ใครขโมยเงินนางกัน?"
เฉินอวี้เหมยก็รีบออกมาช่วยเสริมทันที
"ท่านเขยเจ้าคะ แม่ข้าไปขโมยเงินท่านป้าได้อย่างไร จะพูดจาเหลวไหลไม่ได้นะเจ้าคะ!"
"งั้นรึ?"
หม่าเจี้ยนจวินลากเสียงยาวอย่างมีนัยยะ
"อย่างนั้นเมื่อครู่ข้าได้ยินแม่เจ้าบอกว่า ท่านป้าขนมเสี่ยวปิงที่บ้านพวกเจ้า นี่ท่านป้าอยู่บ้านพวกเจ้า เหตุใดต้องขโมยเสี่ยวปิงกิน หรือพวกเจ้าเก็บของดี ๆ ไว้ไม่ให้ท่านป้ากิน พอท่านป้าเห็น หยิบมาสักชิ้นกินก็ถือว่าขโมย?"
หวังซิ่วเจินอึกอัก
เฉินอวี้เหมยก็ชะงักไป
หม่าเจี้ยนจวินพูดต่อ "ข้าจะบอกให้รู้ว่าอะไรเรียกว่าขโมย ท่านป้ามาทำงานที่บ้านพวกเจ้าจนข้อเท้าพลิก พวกเจ้าไม่เหลียวแล คราวนี้มาอยู่บ้านพวกเจ้าสองสามวัน พวกเจ้าเอาเส้นหมี่แห้งที่ท่านป้าเอามาให้ เอาเงินห้าอ้วกจากตัวท่านป้า กลับทำท่านป้าให้อยู่ในสภาพนี้ นี่แหละขโมย!"
"พวกเจ้าขโมยแรงท่านป้า ขโมยของและเงินท่านป้า กลับไม่ให้ท่านป้ากินข้าวอิ่มจนเป็นลม อากาศหนาวเย็นก็ไม่เอาผ้าห่มหนาให้ ห่มแต่ผ้าบางจนตัวร้อน"
"พวกเจ้ายังหน้าด้านมาว่า ท่านป้าขโมยกินเสี่ยวปิง พวกเจ้าซื้อเสี่ยวปิงมาก็กินกันเอง ไม่แบ่งให้ท่านป้า พวกเจ้ามองท่านป้าเป็นอะไรกันแน่?"
หวังซิ่วเจินกับเฉินอวี้เหมยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ครู่หนึ่ง ถูกคำพูดของหม่าเจี้ยนจวินทำเอาหาข้อโต้แย้งไม่ได้
หวังซิ่วเจินกลอกตาไม่ยอมรับ "ข้าไปพูดว่านางพี่ใหญ่ขโมยกินเสี่ยวปิงตอนไหนกัน? ท่านพี่เขยอย่าพูดจาเหลวไหล!"
