หม่าเจี้ยนจวินลากรถเข็นจากไป
หวังซิ่วเจินรอให้คนเดินไกลแล้วถึงกระโดดออกมา ยืนค้ำประตู มือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือชี้ไปทางที่ทั้งสองคนเดินจากไป
ด่าทอจนน้ำลายกระเด็น
“ไอ้หม่าเจี้ยนจวินคนสารเลว แกต้มตุ๋นเอาเงินพวกเราไปไม่พอ ยังขนผ้าห่มกับที่นอนบ้านฉันไปอีก ไอ้สารเลวเอ๊ย เดี๋ยวก่วงเถียนกลับมาข้าจะเอาคืนให้สาสม!”
“ข้าวแดงแกงร้อนหลายปีที่ผ่านมาช่างให้หมากินเสียจริง ไม่คิดเลยว่าหงอิงจะเป็นคนอย่างนี้ มันสอนตงเม่ยของฉันให้เสียคนไม่พอ ยังทำตัวต่ำทรามอย่างนี้ มาอยู่ฟรีกินฟรีที่บ้านน้อง แล้วยังพาผัวมาสร้างเรื่อง ไอ้ผีอายุสั้นที่ทำร้ายครอบครัวฉันถึงเพียงนี้ ต่อไปถ้ามันกล้ามาบ้านฉัน ดูสิฉันจะเอามือตบหน้ามันหรือเปล่า!...”
หวังซิ่วเจินยิ่งด่าก็ยิ่งได้ใจ
นางกระโดดด่า ถ้อยคำหยาบคายพรั่งพรูออกมา
เฉินอวี้เหมยตะโกนห้ามอยู่ข้าง ๆ หลายครั้ง แต่ก็ห้ามแม่ไม่อยู่
โจวลี่ฮวาเห็นดังนั้น จึงจูงมือเฉินอวี้หงกลับบ้านตน
ผู้คนที่มุงดูพากันแยกย้ายไปกว่าครึ่ง แต่ก็ยังมีพวกที่คอยดูเรื่องสนุก
มีคนหนึ่งพึมพำว่า “คนอื่นเขาไปกันแล้ว แม่นางนี่ถึงได้เด่นขึ้นมา เมื่อกี้ตอนคนอื่นยังอยู่ยังไม่กล้าปลดแม้แต่ผายลม”
เสี่ยวเหลียนและหวงหย่งอยู่ห่าง ๆ ในฝูงชน มองดูเหตุการณ์ พร้อมกับฟังชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ไปพลาง
หวงหย่งยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเสี่ยวเหลียนว่า “เห็นไหม แม่อวี้เหมยเป็นคนอย่างนี้ อวี้เหมยก็คงไม่ดีไปกว่ากัน!”
