กู้ฉางชิงเทียมรถลากเสร็จ แล้วช่วยกู้เซี่ยงหยางยกกู้ฝูขึ้นไป ก่อนจะออกเดินทางไปอำเภอ ทว่าเจิ้งสุ่ยเซียนกลับปีนขึ้นรถลากอย่างรวดเร็ว ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินไปเอง
กู้ฉางชิงพูดว่า “แม่ รถลากเล็กเกินไป ถ้าแม่นั่งแบบนี้จะทับขาพ่อนะ...”
เจิ้งสุ่ยเซียนด่าเขา “ถ้าไม่ใช่เพราะแกมันอกตัญญู ไม่ยอมให้ฉันตีดี ๆ มือฉันจะหักได้ยังไง? ตอนนี้แค่ให้แกใช้รถลากพาฉันไปโรงพยาบาล แกยังไม่ยอมอีกหรือ?”
กู้เซี่ยงหยางแสร้งทำเป็นหวังดี “พี่ใหญ่ ไปตัวอำเภอก็ไกลอยู่ แม่ก็อายุมากแล้ว แถมยังบาดเจ็บ ให้แม่นั่งรถลากไปเถอะ”
“งั้นก็ดูแลแม่ดี ๆ ด้วย” กู้ฉางชิงบอก “รถลากค่อนข้างเล็ก พอนอนได้แค่คนเดียว แม่เบียดขึ้นไปแล้วระวังตกลงมาล่ะ”
กู้เซี่ยงหยางตอบ “ไม่ตกหรอก ๆ ผมดูอยู่ พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง”
ขากู้ฝูไม่ได้หักจริงสักหน่อย จะมีอะไรไม่ปลอดภัยกัน?
ทั้งสามคนต่างก็ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ รถลากเพิ่งถูกลากพ้นหมู่บ้านไปได้ไม่นาน ก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว
ถนนในยุคนั้นไม่ได้ราบเรียบเหมือนถนนใหญ่ในยุคหลัง ล้วนเป็นทางดินขรุขระ มีทั้งกรวดและหลุม บางช่วงหลุมเรียงต่อกันเป็นแถบ บางหลุมใหญ่กว่ากะละมังเสียอีก เดินทางลำบากมาก
กล้ามเนื้อสองแขนของกู้ฉางชิงเกร็งแน่น เขาลากรถอย่างยากลำบาก ส่วนกู้เซี่ยงหยางเดินตามหลัง แสร้งทำเป็นเข็นรถอย่างสบาย ๆ ออกแรงเพียงนิดเดียว
รถลากกระเด้งกระดอนอย่างหนัก สองคนบนรถ คนหนึ่งนอนคนหนึ่งนั่ง รู้สึกเหมือนกระดูกแทบจะแยกออกจากกัน ทั้งเวียนหัว คลื่นไส้ และตาพร่า
เจิ้งสุ่ยเซียนนึกเสียใจที่เมื่อครู่ปีนขึ้นรถมา ถ้าอย่างนั้นเดินไปเองยังจะดีกว่า
เธออดขยับตัวไม่ได้ อยากหาท่านั่งที่สบายขึ้น แต่ในจังหวะนั้นเอง ล้อรถก็ทับลงบนหลุมใหญ่ ตัวรถทั้งคันเอียงไปด้านหนึ่ง
“อ๊าย!” เจิ้งสุ่ยเซียนตกใจจนกรีดร้อง มือไม้ปัดป่ายแล้วเอนตัวไปอีกด้านอย่างลนลาน
กู้ฉางชิงกลัวว่ารถลากจะติดหล่มจนออกมาไม่ได้ จึงอาศัยแรงเฉื่อยตอนล้อเพิ่งตกลงไปในหลุมและยังไม่หยุด ออกแรงกระชากรถลากขึ้นมาจากหลุมอย่างฉับพลัน
เจิ้งสุ่ยเซียนที่กำลังเอนตัวไปด้านหนึ่งออกแรงมากเกินไปพอดี ร่างจึงพลัดตกจากรถลงไปในคูนา ซึ่งลึกกว่าหนึ่งเมตร แรงที่ตกลงไปมากเกินจนดึงรถลากให้พลิกไปด้านข้าง
กู้ฉางชิงเพิ่งทุ่มแรงลากรถออกจากหลุม จังหวะนั้นกำลังผ่อนแรงพอดี จึงควบคุมรถไม่อยู่ กู้ฝูพร้อมรถลากพลิกตกลงไปในคูนา ทั้งหมดกระแทกทับลงบนตัวเจิ้งสุ่ยเซียน
กร๊อบ! กร๊อบ!
“อ๊ากกก!!” ด้ามรถกระแทกเข้าที่อกเจิ้งสุ่ยเซียน เธอกรีดร้อง ไม่รู้ว่าซี่โครงหักไปกี่ซี่
กู้ฝูทับขาเธออยู่ ล้อรถกดขาข้างหนึ่งของเขาไว้แน่นจนขยับไม่ได้ เขาจึงร้องโหยหวนออกมาเช่นกัน “อ๊ากกกก! เท้าฉัน เท้าฉันหักแล้ว!”
“พ่อ แม่!” กู้เซี่ยงหยางตกใจจนเข่าอ่อน ทรุดก้นลงนั่งกับพื้น
“พ่อ แม่! เป็นอะไรไหม?” กู้ฉางชิงมองทั้งสองคนที่นอนขยับไม่ได้อยู่ในคูนา ก่อนจะบอกกู้เซี่ยงหยางว่า “เซี่ยงหยาง นายเฝ้าพ่อกับแม่อยู่ตรงนี้นะ ฉันจะไปเรียกคนมาช่วย”
เขาหันหลังวิ่งกลับเข้าหมู่บ้าน ตะโกนขอความช่วยเหลือไปตลอดทางจนถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน “ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน แย่แล้ว!”
หลิวสื่อวั่ง ผู้ใหญ่บ้าน เพิ่งกลับมาจากบ้านตระกูลกู้ ยังไม่ได้ดื่มน้ำสักอึก กู้ฉางชิงก็มาหาอีก เขาจึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า “แกนั่นแหละที่แย่ ฉันสบายดี!”
กู้ฉางชิงเหงื่อท่วมศีรษะ หายใจยังไม่ทันทั่วท้อง ก็พยักหน้าหงึก ๆ “ครับ ๆ ผู้ใหญ่บ้าน พ่อแม่ผมต่างหากที่แย่แล้ว!”
“พ่อแม่ผมตกลงไปในคูนา รถลากทับพวกเขา ลุกไม่ขึ้นแล้วครับ”
หลิวสื่อวั่งได้ยินแล้วตาโตด้วยความตกใจ “ว่าไงนะ? พ่อแม่แกโดนรถลากทับหรือ?”
“โอ๊ย รีบ ๆ รีบไปเรียกคนมาเร็ว!”
ผู้ใหญ่บ้านลืมสูบกล้องยาสูบในมือ ลุกขึ้นเดินออกไปพลางถามกู้ฉางชิง “รถลากดี ๆ พลิกลงไปในคูนาได้ยังไง?”
“แม่ผมนั่งไม่มั่นคง เลยตกจากรถลาก แล้วลากรถให้พลิกตามไปด้วย พ่อผมกลิ้งตกลงไปทับแม่... จากนั้นรถลากก็ทับพ่อผมอีกทีครับ...”
กู้ฉางชิงพูดอย่างรู้สึกผิด “โทษผมเองที่แรงน้อยเกินไป คุมรถไว้ไม่อยู่ ถ้าผมแรงมากกว่านี้อีกหน่อยก็คงดี”
หลิวสื่อวั่งมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนโบกมือ “ไม่ใช่ความผิดของแก รถลากคันนั้นเล็กเกินไป มีคนนอนอยู่คนหนึ่งก็แทบไม่มีที่ให้นั่งแล้ว นั่งไม่มั่นคงจนตกลงมาก็เป็นเรื่องปกติ”
ถ้าจะให้เขาพูด กู้ฝูกับเจิ้งสุ่ยเซียนก็หาเรื่องใส่ตัวเองทั้งนั้น
รถลากเล็กขนาดนั้น กู้ฝูนอนอยู่แล้วจะยังมีที่ให้คนนั่งได้อีกหรือ? เจิ้งสุ่ยเซียนดึงดันจะเบียดขึ้นไป ไม่พลิกคว่ำสิถึงจะแปลก
หลิวสื่อวั่งเรียกชาวบ้านหลายคนมาช่วยยกกู้ฝูกับเจิ้งสุ่ยเซียนขึ้นจากคูนา แล้วเทียมรถวัวของหมู่บ้าน รีบพาทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล
ทั้งสองคนบาดเจ็บหนักไม่น้อย ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ถูก กู้ฉางชิงเป็นคนจนข้นแค้น ไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว หมู่บ้านจึงควักเงินสำรองให้ก่อน 50 หยวน
สองสามีภรรยาได้พักอยู่ในห้องผู้ป่วยเดียวกัน เตียงสองเตียงวางชิดกันอย่างเป็นระเบียบ
ผลตรวจออกมาแล้ว กระดูกหน้าแข้งของกู้ฝูถูกของแข็งกระแทกจนหักละเอียด
มีเศษกระดูกมากเกินไปจนประกอบกลับคืนไม่ได้ ทำได้เพียงพยายามต่อชิ้นใหญ่เข้าด้วยกัน ส่วนชิ้นเล็ก ๆ ก็ต้องปล่อยให้มันงอกเข้าไปในเนื้อ
ต่อไปขาข้างนี้จะออกแรงไม่ได้ เดินเหินตามปกติก็ไม่ได้ เศษกระดูกที่งอกเข้าไปในเนื้อยังทำให้เจ็บปวดอีกด้วย
สรุปว่าเป็นง่อยแน่นอน! ครึ่งชีวิตที่เหลือต้องพกไม้เท้าไม่ห่างตัว
เจิ้งสุ่ยเซียนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
ซี่โครงเธอหักสามซี่ แต่ไม่ได้ทิ่มทะลุปอด แค่นอนพักฟื้นรอให้กระดูกสมานเองก็พอ
แต่ตอนซี่โครงหัก ไม่รู้เพราะอะไรถึงมีเศษกระดูกเล็ก ๆ กระเด็นเข้าไปทิ่มในปอดของเธอ
ไม่ถึงตาย แต่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอกและเจ็บปวด ออกแรงไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงงานหนัก...
อาการเหล่านี้จะติดตัวเธอไปตลอดชีวิตที่เหลือ และยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งรุนแรง
กู้ฉางชิงพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
เขายินดีทำตามความปรารถนาของคนอื่นมาโดยตลอด
ชาติก่อนกู้ฝูยืนกรานมาตลอดไม่ใช่หรือว่าเขาเป็นคนขาเป๋? ชาตินี้ก็เป็นคนขาเป๋ให้สมใจแล้วกัน
ชาติก่อนเจิ้งสุ่ยเซียนพูดอยู่เสมอไม่ใช่หรือว่าเจ็บหน้าอก ทำงานหนักไม่ได้? ชาตินี้เขาก็จะทำให้ความปรารถนาที่จะเจ็บหน้าอกและทำงานหนักไม่ได้ของเธอเป็นจริง
เขารับประกัน! ถ้ายังไม่ได้มาตรฐาน เขาจะให้บริการหลังการขายฟรีจนกว่าจะได้ตามต้องการ
กู้ฉางชิงคิดว่าตัวเองช่างใจดีจริง ๆ
ชาวบ้านได้ยินผลนี้แล้วต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
สวรรค์โปรดเถอะ คนหนึ่งขาเป๋ อีกคนหายใจลำบาก ต่อไปตระกูลกู้จะใช้ชีวิตกันยังไง? บ้านพวกเขายังมีลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีกสามคน คือกู้เซี่ยงเฉียน กู้เซี่ยงหมิน และกู้เซี่ยงหง
ส่วนกู้เซี่ยงหยางก็เป็นคนกินแรงคนอื่น ไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กู้ฉางชิงอายุแค่ 20 ปี ต่อไปต้องเลี้ยงคนทั้งบ้านขนาดนี้ หลังคงไม่ถูกกดจนงอหรือ?
ชาวบ้านมองคนตระกูลกู้ด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ ทั้งสงสารกู้ฝูกับเจิ้งสุ่ยเซียนที่ต่อไปจะกลายเป็นคนพิการ และสงสารกู้ฉางชิงยิ่งกว่าที่ต้องทำงานหนักเลี้ยงคนทั้งบ้าน
ถ้าปกติตระกูลกู้ดีกับกู้ฉางชิง ต่อให้เขาลำบากแค่ไหนเพื่อตอบแทนพวกเขาก็ถือเป็นเรื่องสมควร แต่ตระกูลกู้ไม่เคยมองกู้ฉางชิงเป็นคน ตอนนี้กลับต้องให้เขาแบกรับภาระหนักขนาดนี้ ชวนให้คนทอดถอนใจจริง ๆ
ส่วนกู้ฝู เจิ้งสุ่ยเซียน และกู้เซี่ยงหยาง พอได้ยินผลตรวจ ทั้งสามก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า
ขาเป๋แล้ว?! พิการแล้ว?!
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
พวกเขาแค่อยากหลอกกู้ฉางชิง ให้เขายกงานของตัวเองให้กู้เซี่ยงหยาง กลัวว่าเขาจะไม่ยอมก็เลยคิดแผนนี้ขึ้นมา ไม่ได้คิดจะทำให้ตัวเองพิการจริง ๆ เสียหน่อย!
ทำยังไงดี? ทำยังไงดี? ต่อไปจะใช้ชีวิตยังไงกัน?!
โทษกู้ฉางชิงทั้งนั้น! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาลากรถลากจนพลิกคว่ำได้ พวกเขาจะบาดเจ็บได้ยังไง?
เจิ้งสุ่ยเซียนโมโหจนด่ากราด “กู้ฉางชิง แก... อึก... โอ๊ย...”
เจ็บหน้าอกเหมือนมีเข็มแหลมยาวทิ่มแทงเข้าไป จะด่าต่อสักคำยังทำไม่ได้เลยจริง ๆ...