แผ่นหลังของโจวเยี่ยนเหิงชื้นเหงื่อเย็นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ลูกกระเดือกขยับกลืนน้ำลาย
แรงกดดันนั้นจู่ ๆ ก็ถาโถมเข้ามาโดยไร้สัญญาณเตือน
ราวกับสัตว์กินพืชที่พลัดหลงเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์นักล่า ร่างกายกลับส่งสัญญาณเตือนก่อนสมอง
ตัวเขาเองก็เป็นนักวิวัฒนาการ อีกทั้งระดับวิวัฒนาการยังใกล้แตะขีดจำกัดของขั้นหนึ่งแล้ว
สัญชาตญาณการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังวิวัฒนาการ กำลังส่งสัญญาณเตือนในสมองของเขาอย่างบ้าคลั่ง
“อันตราย! อันตรายอย่างยิ่ง!”
โจวเยี่ยนเหิงบังคับตัวเองให้รักษาสีหน้าไว้ แต่นิ้วมือกลับกำกระเป๋าเอกสารแน่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ไม่ใช่แค่เขา
เจียงอวิ๋นฮ่าว สู่หาง หลินชิงลี่ แม้แต่เจียงมู่มู่ ต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันนั้นในวินาทีที่สู่อวี้ปรากฏตัว
“รอนานหรือยัง?”
สู่อวี้เดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาในห้องรับแขก น้ำเสียงสบาย ๆ
แต่ความสบาย ๆ ตามปกตินี้กลับทำให้การรับรู้ของโจวเยี่ยนเหิงยิ่งขัดแย้งกันรุนแรง
โจวเยี่ยนเหิงสูดหายใจลึก พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้น้ำเสียงฟังดูเป็นปกติ
“เพิ่ง...เพิ่งมาถึงครับ”
เขาดันแว่นสายตาเลนส์ใส ดวงตาสีเขียวเรืองรองหลังเลนส์ไหววูบเล็กน้อย
“เดิมทีผมตั้งใจจะส่งคนมาติดต่อคุณก่อนแล้วค่อยแวะมา แต่เรื่องเร่งด่วนมาก ต้องขออภัยด้วยครับ”
“พูดมา มีเรื่องอะไรอีก”
สู่อวี้เหลือบมองเขาเป็นเชิงให้พูด
โจวเยี่ยนเหิงรีบหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระเป๋าเอกสารที่พกติดตัวมายื่นให้ ท่าทางว่องไวกว่าเวลาปกติอยู่หลายส่วน
“ทางทหารเพิ่งออกคำสั่งระดมกำลังครับ”
สู่อวี้รับมาแล้วกวาดตามอง
