โถงล็อบบี้ของอาคารสำนักงาน เคาน์เตอร์ต้อนรับถูกรื้อเก็บไปนานแล้ว เหลือเพียงถังน้ำมันสำรองหลายใบวางเรียงชิดผนัง
ลิฟต์สองตัวมีอยู่หนึ่งตัวที่ยังใช้งานได้ เสียงเครื่องปั่นไฟในชั้นใต้ดินดังหึ่งทุ้มต่ำลอดมาตามท่อระบายอากาศไม่ขาดสาย
โจวเยี่ยนเหิงกดชั้น 37 ทันที ประตูลิฟต์ปิดลง
เสียงลิฟต์ไฮดรอลิกครางต่ำ ๆ ขณะเสียงปืนใหญ่ทะลุแผ่นเหล็กดังเข้ามาเป็นระลอก ทุ้มอื้ออึงราวกับกลองศึกจากแดนไกล สั่นสะเทือนฝ่าเท้าเป็นจังหวะ
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น 37 ตรงปากบันไดมีทหารยามถือปืนยืนเฝ้าอยู่สองนาย
โจวเยี่ยนเหิงหยิบบัตรประจำตัวออกมาให้ดูอีกครั้ง ทหารยามกวาดตามองแวบหนึ่ง ก่อนยกมือชี้ไปยังสุดทางเดินแล้วเปิดทางให้
โจวเยี่ยนเหิงพยักหน้า พาสู่อวี้และคนอื่น ๆ เดินผ่านทางเดินตรงไปยังประตูเหล็กเสริมความแข็งแรงที่ปลายทาง แล้วผลักเปิดออก
กองบัญชาการกองพลยึดพื้นที่ครึ่งชั้นทางทิศใต้ของชั้น 37 ทั้งหมด
ฉากกั้นสำนักงานเดิมถูกรื้อออกหมดแล้ว แทนที่ด้วยโต๊ะยุทธการขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายกำกับ
มีเครื่องมือสื่อสารทางทหารกว่าสิบเครื่องส่งเสียงหึ่ง ๆ อยู่ และหน้าต่างกระจกสูงจรดพื้นทั้งสี่ด้านที่ถูกแรงปืนใหญ่สะเทือนจนแตก ก็ใช้แผ่นไม้ปิดทับใหม่
หน้าต่างสองบานทางทิศใต้จงใจเว้นช่องสังเกตการณ์ไว้ ลมเย็นพัดกรูเข้ามาจากช่องนั้นไม่ขาดสาย
นายทหารฝ่ายเสนาธิการและเจ้าหน้าที่สื่อสารเจ็ดแปดคนกำลังเร่งมือทำงานประจำตำแหน่ง รายงานสถานการณ์จากกองพันและกองร้อยต่าง ๆ ดังสลับกันผ่านวิทยุ สับสนอลหม่านและเร่งร้อน
“...กองพันที่สามรายงาน ความหนาแน่นของอำนาจการยิงด้านหน้าช่องโหว่ยังคงเดิม แต่อัตราการใช้กระสุนสูงกว่าที่คาดไว้ 40 เปอร์เซ็นต์!”
“...ภัยคุกคามทางอากาศยังเพิ่มขึ้น! ขอการสนับสนุนจากแนวป้องกันอากาศยาน!”
