เวลาย้อนกลับไปครึ่งวันก่อน
ลมหนาวหอบเกล็ดน้ำแข็งเม็ดเล็กซัดใส่กระจกหน้ารถออฟโรด ที่ปัดน้ำฝนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ฝืนปัดน้ำค้างแข็งบาง ๆ ให้พ้นทาง
สู่อวี้ควบคุมพวงมาลัยด้วยมือเดียว ปลายนิ้วกดคลึงปลอกหุ้มหนังเย็นเฉียบอย่างแรง
แผลถลอกตรงง่ามนิ้วโป้งตกสะเก็ดเป็นแผ่นบางสีแดงคล้ำแล้ว
แต่ภาพดวงตาที่หลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของจิตใจยังคงตามหลอกหลอน
ดวงตายักษ์สีแดงคล้ำ ขอบม่านตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ไหลวนราวลาวา ผ่านรอยแยกบิดเบี้ยวที่ห่างกันไม่ถึงครึ่งเมตร มันกรีดร่างเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเลือดเย็น
ลูกกระเดือกของสู่อวี้ขยับช้า ๆ เขาฝืนกดสายตาคู่นั้นพร้อมกับความหนาวเหน็บที่ยังติดค้างบนแผ่นหลัง ลงไปไว้ในส่วนลึกที่สุดของอก
ล้อรถบดผ่านหิมะหนาทึบ ก่อนชะลอความเร็วตรงป้อมยามหน้าหมู่บ้านวิลล่าบีสิบสอง
ยามเห็นป้ายทะเบียนชัดเจนก็ยืนตรง ยกมืออนุญาตให้ผ่านทันที
รถยังไม่ทันจอดสนิท เสียงกระแทกทึบ ๆ ต่อเนื่องกันเป็นชุดก็ดังมาจากทางห้องรับแขกของวิลล่า
สู่อวี้บิดกุญแจดับเครื่อง ผลักประตูลงจากรถ แล้วเหยียบย่ำหิมะเลี่ยงบันไดหินลานหน้าบ้าน
สายตาทอดผ่านประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดแง้ม มองเข้าไปในบ้าน
โซฟากับโต๊ะน้ำชาในห้องรับแขกถูกลากไปกองไว้ตรงมุมผนังอย่างไม่ปรานี เก้าอี้กินข้าวซ้อนกันอยู่ข้างตู้เก็บจาน พื้นไม้เนื้อแข็งตรงกลางห้องเว้นเป็นลานกว้าง
หลินชิงลี่กำลังฝึกประมือกับเจียงมู่มู่
สู่อวี้หยุดฝีเท้าบนพื้นหิมะนอกหน้าต่าง สายตาหรี่ลงเล็กน้อย
หลินชิงลี่สวมชุดฝึกสีดำรัดรูป รวบผมยาวไว้ด้านหลัง มีปอยผมชื้นเหงื่อสองสามเส้นแนบอยู่ตรงขมับ
