เล่นไพ่กันจนถึงสามทุ่ม ทุกคนถึงค่อยเก็บไพ่ลงอย่างอาลัยอาวรณ์
สู่อวี้หยิบอาหารออกมาอีกเล็กน้อย จัดการมื้อค่ำแบบง่าย ๆ
ราตรีค่อย ๆ ล่วงลึก บ้านสองหลังข้าง ๆ ปิดประตูสนิท ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย
ทุกคนผลัดกันล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับห้องพัก
ในห้องนอนกว้างทางซ้าย หญิงสาวสี่คนนอนเบียดกันบนฟูกหนาที่ปูไว้กับพื้น
ในความมืด ไม่มีใครเริ่มพูดก่อน มีเพียงเสียงหายใจของแต่ละคนที่ดังสลับกันไปมา คลอไปกับเสียงลมและหิมะนอกหน้าต่างที่คร่ำครวญไม่หยุด
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร
เจียงมู่มู่พลิกตัว ใบหน้าครึ่งหนึ่งจมอยู่ในผ้าห่มอย่างมิดชิด ลมหายใจสีขาวที่พ่นออกมาสลายไปอย่างรวดเร็วในความมืด
เธอสูดจมูก น้ำเสียงขึ้นจมูกอย่างหนัก “พี่ชิงลี่ หลับหรือยัง?”
“ยัง” หลินชิงลี่ตอบเสียงเบา
“เมื่อกี้...ฉันฝันถึงแม่”
ลมหายใจของเจียงมู่มู่สะดุดไปชั่วขณะ “แม่กำลังทอดไข่ดาวให้ฉันอยู่ในครัว แล้วถามว่าสุดสัปดาห์หน้าอยากกลับบ้านไหม ฉันบอกว่าจะกลับบ่ายวันศุกร์...แล้วก็สะดุ้งตื่นเพราะหนาว”
เย่ชุนเหมย์ยื่นมือมาจากอีกฝั่ง ลูบหลังเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่ม “ไม่มีข่าวก็ถือเป็นข่าวดี แม่เธอรักเธอขนาดนั้น ยังไงก็ต้องพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้”
เจียงมู่มู่กัดริมฝีปากล่างแน่น สะกดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมา ทว่าไหล่ผอมบางกลับสั่นสะอื้นไม่หยุดอยู่ใต้ผ้าห่มหนา
เจียงยฺหวิ่นเหยาที่ซุกตัวอยู่ด้านในสุดลืมตาคู่นั้น ดวงตาต่างจากคนธรรมดาของเธอมีประกายเรืองรองจาง ๆ
