บรรยากาศภายในรถอึมครึมจนถึงขีดสุด
หลินชิงลี่ตั้งใจขับรถ ส่วนเจียงหยุนเฮ่ากอดขวานดับเพลิงไว้แน่น คอยระแวดระวังสองข้างทาง
เจียงมู่มู่ขยับชิดสู่อวี้ มือเล็กกำชายเสื้อเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ราวกับมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้บ้าง
ขบวนรถเคลื่อนต่อไปท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดเช่นนี้นานกว่าสองชั่วโมง ก่อนจะถูกบังคับให้หยุดอีกครั้ง
รากของพืชกลายพันธุ์ชอนไชจนดันพื้นถนนให้โก่งขึ้น จากนั้นถนนก็พังถล่ม เกิดเป็นหลุมกว้างกว่า 3 เมตร รถก่อสร้างกำลังเร่งถมหลุมอยู่
รถของสู่อวี้เพิ่งจอดสนิท วิทยุสื่อสารบนคอนโซลกลางก็ส่งเสียงแหลมดังลั่น
“สู่อวี้! สู่อวี้! ถ้าได้ยินแล้วตอบกลับทันที!!”
เสียงของหานเจิงฟังดูร้อนรน เจือโทสะที่ถูกกดกลั้นไว้ และความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด
สู่อวี้คว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมา “รับทราบ ว่ามาได้เลย”
“ช่วงกลางขบวนรถถูกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์โจมตี! ทหารบาดเจ็บสาหัส! มีทั้งแผลทะลุช่องท้องกับแขนขาฉีกขาด! กำลังคนทางการแพทย์ไม่พอ ฉันต้องการนาย!”
“พิกัด” สู่อวี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ข้างหน้า 300 เมตร จุดปฐมพยาบาลชั่วคราว! รถพยาบาลที่เปิดไฟฉุกเฉินนั่น!”
สู่อวี้มองออกไปนอกหน้าต่าง ด้านหน้าเป็นป่าคอนกรีตเหล็กที่รถติดขวางจนแน่น ส่วนด้านหลังคือฝูงชนสิ้นหวังที่ทอดยาวสุดสายตา
สีหน้าเขาเคร่งขรึม เปิดประตูรถเตรียมลงไป ทว่ากลับชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาหันกลับมามองในรถ สายตาสุดท้ายหยุดอยู่ที่เจียงหยุนเหยาซึ่งนั่งอยู่ตรงมุม
ท่ามกลางความมืด บุคลิกที่สองของเธอตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ดวงตาต่างจากคนธรรมดาคู่นั้นทอประกายเย็นเยียบวูบไหว
เธอมองทุกสิ่งนอกหน้าต่างอย่างสงบนิ่ง ไม่หวาดกลัวความวุ่นวายรอบตัวแม้แต่น้อย
