วันที่ 8 ของวันสิ้นโลก ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง
เสียงจากโทรโข่งดังมาจากชั้นล่าง ปลุกคนทั้งตึกให้ตื่น
“ทุกหน่วยในชุมชนชุ่ยหยวนโปรดทราบ เวลา 7 โมงเช้าให้ลงมารับเสบียงประจำวันตรงลานด้านล่าง รับตามทะเบียนบ้าน ห้ามรับเกิน ห้ามแย่งชิงกัน”
ในห้องนอนเล็กอันมืดสลัว สู่อวี้พิงผนัง เทเศษขนมสนิกเกอร์สครึ่งชิ้นสุดท้าย รวมทั้งเศษที่ก้นซองเข้าปาก
ความหวานเลี่ยนและพลังงานสูงไหลลงคอ ทว่ากลับเหมือนหยดน้ำตกลงบนผืนดินแห้งแล้ง ไม่อาจดับความหิวโหยที่คุกรุ่นอยู่ลึก ๆ ได้เลย
เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นเล็กน้อย ข้อนิ้วกดลงบนหัวเข่าอย่างแรงหลายครั้ง
“เสี่ยวหาง อวิ๋นเฮ่า ลงไปกับฉัน”
สู่หางผุดลุกขึ้นมาทันที พลาสเตอร์บนใบหน้าย่น เขาสูดปากด้วยความเจ็บ แต่กลับกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
ทั้งสามคนกระชับเสื้อคลุมแล้วลงไปข้างล่าง
ลานด้านล่างมีแถวยาวเหยียด ผู้คนเรียงกันเหมือนงูที่ถูกแช่แข็ง ค่อย ๆ ขยับเขยื้อนอยู่ใต้แสงฟ้าสีเทาหม่น
ฝูงชนเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหนาวเสียดสีกับเสื้อผ้าและเสียงไอที่ถูกกลั้นเป็นครั้งคราว
สู่อวี้มองข้ามไหล่คนข้างหน้าไป ทุกระยะสิบเมตรจะมีทหารถือปืนยืนประจำการ ปากกระบอกปืนชี้ลงพื้น
สายตาของพวกเขากวาดไปมาตามฝูงชน สยบทุกคู่ตาที่หิวโหยจนแดงก่ำ
ส่วนผู้แจกเสบียงเป็นเจ้าหน้าที่หลายคนในเสื้อโค้ตบุนวมสีเขียวทหาร คนหนึ่งตรวจสอบข้อมูลบนแท็บเล็ต ส่วนที่เหลือหยิบของจากกองลังเสบียงด้านหลัง
การแจกจ่ายรวดเร็วมาก คนละสามถึงห้านาที ขั้นตอนตายตัว: ตรวจชื่อและสถานะ แล้วรับโควตาประจำวัน
ไม่นานก็ถึงคิวพวกเขา
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแจกจ่ายรับเอกสารลงทะเบียนของสู่อวี้ไป สายตาหยุดอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตชั่วขณะ
จู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้น จ้องม่านตาของสู่อวี้ซึ่งมีเส้นสีทองอ่อนพาดอยู่
จากนั้นก็มองเลยไปยังเจียงอวิ๋นเฮ่ากับสู่หางที่อยู่ด้านหลัง
