บ่ายวันเดียวกัน เนี่ยเฉิงนำเอกสารโอนหุ้นสองชุดมาที่บริษัท
“คุณผู้หญิงครับ นี่คือหุ้นที่คุณผู้ชายกับคุณมู่ถืออยู่ ทั้งหมดโอนมาเป็นชื่อคุณแล้วครับ” เนี่ยเฉิงยื่นเอกสารหุ้นให้ด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
ในห้องทำงาน ฉู่ชิงเหอนั่งอยู่หลังโต๊ะ กวาดตามองเอกสารหุ้นตรงหน้าอย่างเฉยชา
จากนั้นเธอก็มองเนี่ยเฉิง แววตาเย็นชา “ไปบอกเวินเสี้ยนอวี้ว่า แค่หุ้นพวกนี้ก็อยากให้ฉันปล่อยมู่ชิงเวยไป ไม่มีทาง”
เนี่ยเฉิงมีสีหน้าลำบากใจ “คุณผู้หญิงครับ ผมก็แค่ทำตามคำสั่ง”
ฉู่ชิงเหอยกมุมปากเล็กน้อย “ห้าปีมานี้ เขาคงให้คุณออกหน้าช่วยส่งเสริมมู่ชิงเวยไม่น้อยสินะ”
เนี่ยเฉิงพูดไม่ออก มองฉู่ชิงเหออย่างวิงวอน “...คุณผู้หญิงครับ ผมเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือน อย่าทำให้ผมลำบากเลยครับ”
“เนี่ยเฉิง ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณลำบาก แต่เวินเสี้ยนอวี้ต่างหากที่รังแกกันเกินไป” น้ำเสียงฉู่ชิงเหอเย็นเยียบ แม้สีหน้าจะสงบนิ่ง แต่ในอกกลับยังปวดร้าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
แม้จะคาดเดาไว้ตั้งนานแล้ว แต่พอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้จริง ๆ เธอก็ยังทำใจให้สงบนิ่งไม่ได้
ความคับแค้นจากการถูกทรยศราวกับเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ เผาผลาญหัวใจที่เหน็บหนาวจนด้านชาของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอจะไม่ยอมถอย และไม่มีทางถอย
“ไปบอกเวินเสี้ยนอวี้ว่า ถ้าอยากให้ฉันถอนฟ้องมู่ชิงเวย ก็ให้เอาสัญญาหย่าที่เซ็นแล้วมาคุยกับฉันด้วยตัวเอง”
ฉู่ชิงเหอยืนกรานหนักแน่นเช่นนี้ เนี่ยเฉิงจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากโทรหาเวินเสี้ยนอวี้
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เวินเสี้ยนอวี้ก็มาถึง
ประตูห้องทำงานเปิดออก เย่จิงอี้เบี่ยงตัวอย่างนอบน้อม “คุณเวิน เชิญครับ”
เวินเสี้ยนอวี้ในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามา รูปร่างสูงโปร่ง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ชายหนุ่มมีใบหน้าเย็นชา ดวงตาสีดำเรียวยาวไร้อารมณ์ เพียงกวาดตามองเนี่ยเฉิงอย่างเฉยเมย
เนี่ยเฉิงเข้าใจทันที รีบหมุนตัวเผ่นออกไป
ประตูห้องทำงานปิดลง
