คืนฤดูร้อน ภายในห้องนอนใหญ่ที่มืดสลัว เตียงกว้างยุบตัวลงลึก
ม่านหน้าต่างพัดพลิ้วตามแสงจันทร์สุกใส ขึ้นลงเป็นจังหวะ ลมหายใจพันเกี่ยว ร่างเงาไหวเอน
ชายหนุ่มดื่มเหล้ามา ไม่ได้อ่อนโยนนัก แถมยังแฝงไว้ด้วยความตั้งใจลงโทษ
ฉู่ชิงเหอหลับตา รับการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม
“เสี่ยวเหอ ลืมตามามองฉัน”
คางถูกชายหนุ่มบีบขึ้นอย่างกะทันหัน ระหว่างความเจ็บ เสียงทุ้มแหบที่เต็มไปด้วยความโกรธของชายหนุ่มดังมาจากเหนือศีรษะ
ฉู่ชิงเหอค่อย ๆ ลืมตา
แสงจันทร์เส้นหนึ่งสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างคมสันราวมีดกรีดของชายหนุ่มพอดี
ฉู่ชิงเหอรู้สึกเลือนลางไปชั่วขณะ
หนึ่งเดือนก่อน พวกเขาแยกย้ายกันที่สุสานด้วยความไม่พอใจ
วันนั้นเป็นวันครบรอบการจากไปของลูกแฝดชายหญิงคู่หนึ่งของพวกเขา ชายหนุ่มกลับทิ้งเพียงคำพูดเย็นชาว่า ‘ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาเป็นบ้ากับเธอ’ แล้วจากไป ไม่กลับบ้านอีกเลยตลอดทั้งเดือน...
กระดูกไหปลาร้าถูกกัดจนเจ็บแปลบ ฉู่ชิงเหอดึงสติกลับคืน มองเข้าสู่ดวงตาดำขลับของชายหนุ่ม
“ตั้งใจหน่อย” เสียงของชายหนุ่มแหบพร่า โทสะในน้ำเสียงยิ่งทวีมากขึ้น
ขนตาของฉู่ชิงเหอสั่นระริก ปลายจมูกพลันรู้สึกเปรี้ยวปร่าขึ้นมา
“อาอวี้” เธอยกมือขึ้น ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะผ่านหว่างคิ้วที่ย่นเล็กน้อยของชายหนุ่ม น้ำเสียงสะอื้น “เรามีลูกด้วยกันใหม่เถอะนะ”
ชายหนุ่มชะงัก ดวงตาดำสนิทที่เจือด้วยตัณหาจ้องลึกเข้ามาในตัวเธอ
“เสี่ยวเหอ เธอพูดจริงเหรอ”
ฉู่ชิงเหอไม่พูดอะไร ยกมือขึ้นโอบรอบต้นคอของชายหนุ่ม เงยหน้าขึ้นจูบริมฝีปากของเขา...
ดวงตาดำของชายหนุ่มหรี่ลง นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในเส้นผมของเธอ กำกระชับที่ท้ายทอยของเธอไว้แน่น
ในจังหวะที่ริมฝีปากของฉู่ชิงเหอแต้มสัมผัสเข้ามา ชายหนุ่มแย้มริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนผ่าว แต่น้ำเสียงเย็นเยียบ “ฉู่ชิงเหอ เธอไม่ได้ส่องกระจกดี ๆ มานานเท่าไหร่แล้ว”
ฉู่ชิงเหอตกตะลึง ลืมตาขึ้น
ผ่านม่านตาดำขลับของชายหนุ่ม เธอมองเห็นใบหน้าซูบซีดเหลืองสลดของตัวเอง
ชายหนุ่มถอนกายออกไปทันที ลุกขึ้นดึงเสื้อคลุมอาบน้ำข้าง ๆ มาสวม หันหลังให้เธอ มือราวกับหลุดมาจากการ์ตูนคาดสายคาดเอวอย่างลวก ๆ “สภาพเธอตอนนี้ อย่าว่าแต่มีลูกเลย แค่จะตั้งครรภ์ก็ยากแล้ว”
ลมหายใจของฉู่ชิงเหอสะดุด จ้องมองชายหนุ่มอย่างตะลึง
ชายหนุ่มมีไหล่กว้างเอวคอด ใบหน้าด้านข้างคมกริบ
“ถึงจะตั้งครรภ์ได้จริง ด้วยสภาพของเธอตอนนี้ ฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะทำหน้าที่แม่ได้ดี”
เขาไม่มองเธอ คำพูดเย็นชาเหมือนมีดอันแหลมคม ฟาดฟันความกล้าที่เธอเพียรสะสมมาให้แตกกระจายอีกครั้ง!
ไม่ทันได้ให้เธอตอบสนอง เวินเสี้ยนอวี้ก็เดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว หลังจากเสียงปิดประตู เสียงน้ำกระเซ็นกระจายดังมาจากในห้องน้ำ
ฉู่ชิงเหอนอนนิ่งไม่ไหวติงราวกับร่างที่ถูกควักวิญญาณออกไป
เธอจ้องมองเพดาน ดวงตาว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา
ไม่นานนัก เสียงน้ำหยุดลง ประตูห้องน้ำเปิดออก ชายหนุ่มในผ้าขนหนูอาบน้ำเดินออกมา
เขาไม่เหลียวแลฉู่ชิงเหอบนเตียงอีกเลยแม้แต่น้อย ตรงดิ่งเข้าไปในห้องแต่งตัว หลังจากแต่งกายเรียบร้อย ก็เดินออกจากบ้านโดยไม่หันกลับมามอง
ด้านล่างมีเสียงรถยนต์ดังมาเลือนราง
เวินเสี้ยนอวี้ไปอีกแล้ว
ห้องทั้งห้องเงียบงัน ฉู่ชิงเหอดึงผ้าปูที่นอนคลุมร่างซูบผอมของตัวเอง
เธอพลิกตัวนอนตะแคง แสงจันทร์สาดลงบนแผ่นหลังของเธอ กระดูกสันหลังแต่ละข้อนูนโผล่ออกมา นี่คือร่างกายที่ไม่คู่ควรกับการเป็นแม่คนจริง ๆ
ห้าปีที่ผ่านมา ฝันร้ายไม่รู้จบสิ้น เธอพึ่งพายา แต่ละวันอาหารที่กินไปยังไม่ทันจะย่อยก็อ้วกออกมาหมด เธอสูง 170 เซนติเมตร แต่น้ำหนักเพียง 40 กิโลกรัม
ฉู่ชิงเหอค่อย ๆ พยุงตัวลุกจากเตียง เปิดผ้าปูที่นอนเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว
เธอยืนอยู่หน้ากระจกเต็มตัว มองดูตัวเองในกระจก
เสื้อผ้าใส่ในบ้านไซส์เล็กสุดยังดูหลวมโพรก ใบหน้าเหลืองซีด โหนกแก้มตอบ ดวงตาโบ๋ลึก เต็มไปด้วยความอ้างว้าง
ปลายนิ้วสั่นเทาค่อย ๆ แตะผ่านเส้นผมแห้งกรอบสีเหลืองซีดของตัวเอง
เมื่อก่อนเวินเสี้ยนอวี้เคยบอกว่าชอบผมยาวของเธอ ผลิตภัณฑ์สระผมล้วนเป็นของสั่งทำส่วนตัวที่เขาหามาจากต่างประเทศด้วยตัวเอง
ตอนนั้นเพื่อนฝูงที่รู้จักกันรอบตัวต่างไม่มีใครไม่อิจฉาเธอ ต่างบอกว่าแม้แต่เส้นผมของเธอก็ประณีตทุกเส้น
แต่ว่า หลังจากลูกแฝดจากไป ทุกสิ่งที่ดีงามก็ถูกทำลายจนป่นปี้
ปลายนิ้วที่สั่นเทาสัมผัสใบหน้าแก้มตอบ ฉู่ชิงเหอย่อตัวลงกอดร่างซูบผอมของตัวเอง ไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นไห้ได้อีกต่อไป——
กลางดึกฉู่ชิงเหอจู่ ๆ ก็มีไข้สูง ในฝันเธอเห็นลูกชายหญิงทั้งสองอีกครั้ง
ลูกแฝดชายหญิงที่ใกล้จะครบกำหนดคลอดในอีกหนึ่งสัปดาห์ กลับต้องเสียชีวิตในครรภ์เพราะเหตุการณ์ลักพาตัว
พวกเขาเติบโตจนถึงอายุห้าขวบในความฝันของฉู่ชิงเหอ
เด็กชายเหมือนเวินเสี้ยนอวี้มาก เด็กหญิงเหมือนเธอมากกว่า
ในฝัน เด็กทั้งสองพูดกับเธอว่า “แม่ แม่ต้องเข้มแข็งขึ้นมานะ พวกเรายังรอที่จะเป็นลูกของแม่อีกครั้งอยู่เลย!”
ฉู่ชิงเหอตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาล พี่ลี่แม่บ้านที่บ้านพบว่าเธอป่วยจึงพาส่งโรงพยาบาล
ป่วยหนักอยู่หนึ่งสัปดาห์ในโรงพยาบาล เวินเสี้ยนอวี้ไม่เคยปรากฏตัวเลย
ฉู่ชิงเหอนึกถึงคำฝากฝังของลูกชายหญิงในฝัน
เธอไปสุสานอีกครั้งหนึ่ง ไป ‘บอกลาครั้งสุดท้าย’ กับลูกทั้งสอง
ช่วงครึ่งเดือนต่อมา เวินเสี้ยนอวี้ไม่ได้ติดต่อเธอมาก่อนเอง แล้วก็ไม่ค่อยกลับบ้าน
เขารับโทรศัพท์ของฉู่ชิงเหอเพียงแค่วันละหนึ่งครั้ง ตอนรับก็มีเพียงไม่กี่คำที่เย็นชาเสมอ: ‘ยุ่ง’, ‘ยังไม่กลับ’
เธอรู้ว่าเวินเสี้ยนอวี้ตั้งใจเลี่ยงเธอ
แต่เธอไม่เอาแต่ใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว หยุดยานอนหลับ ฟังคำแนะนำหมอเริ่มฝึกโยคะปรับสภาพร่างกาย
เธอเก็บกวาดห้องเด็กให้โล่ง เผาใบตรวจครรภ์ของลูกแฝด และไม่เอ่ยถึงลูกแฝดอีกเลย
การเปลียนแปลงทางร่างกายที่การออกกำลังกายและการปรับสภาพนำพามานั้นชัดเจนขึ้นทุกวัน อาการเบื่ออาหารของฉู่ชิงเหอลดลง น้ำหนักก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
เวินเสี้ยนอวี้เห็นว่าเธอตั้งใจเปลียนแปลง จึงพาเธอไปหาหมอจีนโบราณคนหนึ่งเพื่อปรับสภาพร่างกายด้วยตัวเอง
หลังจากการปรับสภาพสองเดือน น้ำหนักของฉู่ชิงเหอขึ้นถึง 45 กิโลกรัม ความว่างเปล่าในดวงตาค่อย ๆ มลายหายไป แม้ว่าคนจะยังดูซูบซีด แต่นี่ก็เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่แล้ว
ชีวิตค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
เหมือนเช่นตอนแรกเริ่ม เธอตามใจยอมตามเขาทุกอย่าง รักเขาอย่างหมดหัวใจโดยไม่คิดเสียใจ และเขาในฐานะสามี ก็มีท่าทีกับเธออย่างอ่อนโยน มีสิ่งใดขอให้ตอบสนองทุกอย่าง
สามเดือนต่อมา ประจำเดือนมาช้า
เวินเสี้ยนอวี้ไปทำงานต่างประเทศยังไม่กลับมา
ฉู่ชิงเหอจึงไปตรวจด้วยตัวเองที่โรงพยาบาลก่อน
...
“ยินดีด้วยนะคุณนายเวิน รายงานแสดงว่าคุณตั้งครรภ์ได้ 7 สัปดาห์ 4 วันแล้ว ทารกในครรภ์แข็งแรงดีมาก อัลตราซาวด์แสดงให้เห็นว่ามีการเต้นของหัวใจแล้ว...”
ออกจากห้องตรวจของหมอ ฉู่ชิงเหอมือหนึ่งถือใบตรวจครรภ์ อีกมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือ กดเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ ปลายนิ้วของเธอสั่นน้อย ๆ
กดโทรออก ฉู่ชิงเหอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เสียงริงโทนที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
ฉู่ชิงเหอตกตะลึง
วินาทีถัดมา โทรศัพท์ถูกกดรับ เสียงที่คุ้นเคยของชายหนุ่มดังขึ้น——
“ยุ่งอยู่ มีอะไรไว้กลับไปค่อยว่ากันนะ”
เสียงดังมาจากในโทรศัพท์และจากมุมทางเดินด้านหลังพร้อมกันเข้าสู่หูของฉู่ชิงเหอ
ชายหนุ่มมีน้ำเสียงเย็นชา ไม่ทันให้ฉู่ชิงเหอได้พูดอะไรอีก โทรศัพท์ก็ถูกวางสายแล้ว
ฉู่ชิงเหอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างตะลึงงัน
ท่าทีเย็นชาไม่อาทรของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกเลือนลาง ราวกับว่าความลงตัวอบอุ่นในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝัน
“เฉินเฉิน คุณพ่อไปฉีดยากับหนูก่อนนะ ดีไหมครับ”
เสียงที่คุ้นเคยของชายหนุ่มยังคงดังต่อมาจากด้านหลังมุมทางเดิน น้ำเสียงอ่อนโยน ไม่เหมือนกับความเย็นชาในโทรศัพท์
ฉู่ชิงเหอกำโทรศัพท์มือถือแน่น หมุนตัวอย่างแข็งทื่อ เดินไปทางมุมนั้นทีละก้าว
สามีของเธอที่ควรอยู่ในต่างประเทศเพื่อทำงาน ตอนนี้กำลังนั่งหันหลังให้เธออยู่บนม้านั่งพักคอยข้างทางเดิน ในอ้อมอกอุ้มเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งที่มีแผ่นลดไข้ปิดอยู่บนหน้าผาก...