เหยาจือสวี่เดินเข้ามาใกล้ แล้วใช้ดวงตาที่มองไม่เห็นจ้องเขาอย่างเย็นชา
เขาพูดภาษาซั่วออกไปประโยคหนึ่ง บุตรชู้คนนั้นก็พลันโพล่งคำหยาบออกมา
เหยาจือสวี่ก้มตัวลงเล็กน้อย แล้วกล่าวออกไปอีกประโยค
ใบหน้าดุดันของบุตรชู้พลันตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เขาตะคอกเป็นภาษาซั่วพลางชี้นิ้วไปที่ดวงตาของเหยาจือสวี่ เหยาจือสวี่แสยะยิ้ม ทันใดนั้นก็ลงมือ ฉับพลันได้ยินเสียงดังกร๊อบ คอของเขาก็ถูกบิดหักเสียแล้ว
เซี่ยเจายังคงดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเขาลงมือ รอยยิ้มก็พลันแข็งค้างบนใบหน้า
“เหยาจือสวี่ เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ! รู้หรือไม่ว่าข้าเสียแรงไปมากเท่าใดถึงจับมันได้?”
“อย่างไรเสียมันก็ต้องตายอยู่ดี”
เหยาจือสวี่ยืดตัวตรง เช็ดมือด้วยความรังเกียจ หันไปกล่าวกับฉู่เหยียนว่า “เรื่องจากนี้ เจ้าคงถนัดที่สุดแล้ว”
พูดจบ เขาก็เดินจากไปอย่างไม่เกรงใจใคร
เซี่ยเจาเข้าไปลองดูที่ลมหายใจ ยืนยันว่าคนตายแล้ว
เขาเดินตามเหยาจือสวี่ไปสองก้าว แทบอยากจะบิดคอไอ้ตัวดีนั่นให้หักเช่นกัน
คนข้างหน้าเดินไปไกลแล้ว เซี่ยเจายังเดือดดาลพุ่งเข้ามาตรงหน้าฉู่เหยียน “ท่านก็ไม่รู้จักห้ามเขาบ้าง!”
“ข้าเป็นอะไรของเขา? เหตุใดต้องห้าม?”
ฉู่เหยียนก้มมองคนที่สิ้นลมแล้ว ใช้คันธนูในมือแหวกคอเสื้อเขาออกกว้างขึ้น ตามคาดก็เห็นรอยสักสัญลักษณ์หนึ่งบนหน้าอกของเขา
เซี่ยเจาเข้ามาดูใกล้ ๆ “ได้ยินว่าบุรุษในราชวงศ์ซั่วล้วนสักสิ่งนี้บนหน้าอก ว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งสายเลือด”
