"นี่มันพาข้ามาที่ไหนกันเนี่ย!"
หวังกังนวดศีรษะที่ปวดตุบๆ หลังจากเมาค้าง พลางกวาดตามองห้องที่ตกแต่งแบบโบราณ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาวัฒนธรรมโบราณที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง เขามักได้รับเชิญจากบรรดาเจ้าของกิจการให้มาช่วยให้คำแนะนำเรื่องการตกแต่งเลียนแบบโบราณ
กวาดตามองห้องไปคราหนึ่ง เฟอร์นิเจอร์ใช้วัสดุอย่างดี ประณีตบรรจง การจัดวางก็หรูหรามีรสนิยม งานเขียนอักษรและภาพวาดแม้ฝีมือจะยังอ่อนหัดแต่ก็มีเค้าโครงที่ดีแล้ว
บนผนังติดอักษรมงคลคู่ไว้ เตียงนอนก็มีม่านสีแดงมงคล ผ้าห่มบนกายก็ละเอียดลื่นไม่แพ้ไหม ซ้ำยังเป็นงานปักซูโจวอีกด้วย
"ถึงขั้นจัดแต่งเป็นห้องหอใหม่! ไม่เลวเลย เจ้าของนี่มีความรู้จริง!"
หวังกังพยักหน้า พลันในใจก็เกิดความรู้สึกคุ้นเคยประหลาดขึ้นมา
เขาลุกจากเตียง เตรียมจะเดินดูให้ละเอียด ทันใดนั้นก็หยุดชะงัก มองมือทั้งสองข้างของตนเองอย่างตะลึง
สองมือนั้นขาวผ่อง นิ้วยาวเรียว เป็นมือที่ดูดีมาก แต่นี่ไม่ใช่มือของเขา!
อย่างน้อยมือของเขาในชาตินี้ก็ไม่ใช่แบบนี้!
เขายืดตัวลุกขึ้นยืน สำรวจห้องอย่างละเอียด ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก จึงก้มลงเปิดตู้เล็กๆ ข้างหัวเตียง ข้างในมีหนังสือคัมภีร์ 'หลุนอวี่' ที่เย็บด้วยเส้นด้ายเล่มหนึ่ง
หวังกังชะงักไปเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ค่อยๆ หยิบหนังสือขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เปิดหน้าหนังสือ ที่หน้าปกในมีข้อความเขียนว่า:
"ปีที่เจ็ดแห่งรัชศกซีหนิง ไปเยี่ยมสหายที่เมืองกูซู พบกับสหายน้อยอวี้คุนโดยบังเอิญ สนทนากันอย่างถูกคอ จึงมอบหนังสือเล่มนี้เพื่อให้กำลังใจ——อีชวน"
หวังกังเซถลาล้มลงกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นความปิติยินดี
อวี้คุน มาจากคำว่า 'อวี้ชูคุนกัง' เป็นชื่อรองที่หัวหน้าสำนักศึกษาให้แก่หวังกังเมื่อเข้าพิธีสวมหมวกบรรลุนิติภาวะ ส่วนอีชวนนั้นคือฉายาของท่านเฉิงอี ปรมาจารย์ลัทธิขงจื๊อแนวนีโอ
"ฮะ...ฮ่าฮ่า!"
หวังกังอกสั่นสะเทือน อยากจะหัวเราะดังๆ แต่อกกลับอึดอัด ทำได้เพียงเปล่งเสียงแผ่วเบาที่ไม่รู้เป็นเสียงอะไร
กลับมาแล้ว กลับมาให้ข้าอีกครั้งแล้ว!
"สวรรค์ช่างรักข้านัก!" หวังกังพึมพำเสียงเบา สีหน้าเปลี่ยนจากตื่นเต้นดีใจไปสู่ความบิดเบี้ยวดุร้าย
เขากระชากอักษรมงคลคู่บนผนังลงมา แววตาเต็มไปด้วยความแค้น
ชาติที่แล้ว ไม่สิ ควรจะเรียกว่าชาติก่อนโน้น ปีนั้นเขาอายุสิบแปด สอบระดับมณฑลได้อันดับสาม ชื่อเสียงโด่งดังในคราวเดียว
แถบเจียงหนานแต่ไหนแต่ไรเป็นดินแดนที่วัฒนธรรมรุ่งโรจน์มาโดยตลอด ข้อสอบระดับมณฑลก็ยากเย็นราวกับลงนรก หนึ่งคนจากร้อยคนที่ฝ่าด่านนี้ออกมาได้ล้วนแต่เป็นผู้ที่โดดเด่นเหนือใคร
และสำหรับหวังกังที่สอบได้อันดับสามนั้น ไม่มีใครคิดว่าเขาจะหยุดอยู่เพียงเท่านี้
อายุยังน้อยก็ประสบความสำเร็จ มีฐานะทางบ้านดี หน้าตาโดดเด่น อนาคตไกลสุดคาดเดา
ชั่วเวลาเดียว ผู้ที่มาสู่ขอถึงบ้านก็มีไม่ขาดสาย ล้วนเป็นชนชั้นนำและตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นทั้งสิ้น พวกพ่อค้าร่ำรวยธรรมดาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาเสนอตัว
ทุกคนคิดง่ายๆ ว่า สู้รอจนสอบระดับเมืองหลวงแล้วให้พวกคนหน้าไม่อายในเมืองไคเฟิงมาจับตัวเป็นเขยใต้ป้ายประกาศผล ไม่สู้ออกมือตัดหน้าก่อนดีกว่า
ทว่าเหล่านั้นล้วนถูกหวังกังปฏิเสธเพราะมีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากบิดามารดาเสียชีวิต พี่สาวก็ได้หาคู่หมั้นให้กับเขาคนหนึ่ง
หญิงสาวชื่อหลี่ชิงหลัว ตอนเด็กเขาเคยเจอเพียงครั้งเดียวก็มิอาจลืมเลือน อาลัยถึงภาพลักษณ์ที่งดงามสดใสเปี่ยมเสน่ห์ไม่รู้ลืม
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นหญิงสาวผู้นี้ ที่ลากเขาลงสู่เหวลึก!
ในคืนวิวาห์ของเขา เพราะไปพบเห็นกิจชู้สาวของนังแพศยานั่นเข้า จึงถูกชายชู้ตกใจทำร้ายจนบาดเจ็บหนักด้วยความพลั้งมือ ไม่นานก็ตาย
คาดไม่ถึงว่าสวรรค์ยังเมตตา ให้วิญญาณของเขามิแตกดับ กลับชาติมาเกิดใหม่ในโลกยุคหลังอีกเก้าร้อยกว่าปี
เขาอาศัยความเชี่ยวชาญงานเขียนคัมภีร์โบราณและความเข้าใจราชวงศ์ซ่งอย่างลึกซึ้ง สั่งสมชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใช้ชีวิตได้ดีไม่น้อย เพียงแต่เมื่อยามวิสาสะยามค่ำคืน ความแค้นกลับยากจะจางหาย
เขาได้เห็นเรื่องราวของผู้คนและสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเขาตาย จากนิยายเรื่องหนึ่งชื่อว่า 'แปดเทพอสูรมังกรฟ้า'
สุดท้ายนังแพศยานั่นกลับไปตายอยู่ด้วยกันกับชายชู้ นี่ทำให้เขาทั้งสะใจและโกรธแค้น!
พี่สาวที่รักและดูแลเขาดีเหลือแสนตายแล้ว พี่เขยที่ใจดีอ่อนโยนออกบวชเป็นพระ หลานชายที่ว่านอนสอนง่ายและมุ่งมั่นพากเพียรกลายเป็นคนเสียสติ!
ตระกูลหวังสิ้นสูญ ตระกูลมู่หยงก็พังพินาศ! กลายเป็นเรื่องซุบซิบนินทา เป็นเรื่องตลกขบขันยามว่างของผู้คน
แต่คาดไม่ถึงว่า บัดนี้สวรรค์กลับส่งเขากลับมาแล้ว! กลับมายังราตรีแห่งงานวิวาห์ กลับมายังคืนที่เขายังไม่ตาย
ทุกอย่างยังมีโอกาส ทุกอย่างยังแก้ไขกลับคืนสู่ปกติได้!
หวังกังเก็บหนังสือให้ดี สูดหายใจลึก กดคลื่นมหาสมุทรในใจลงไป ค่อยๆ เดินวนไปมาในห้องอย่างช้าๆ
ทุกอย่างในห้องล้วนเป็นสิ่งที่เขาเตรียมแต่งแต่อย่างพิถีพิถันเพื่อต้อนรับนาง ทุกรายละเอียดล้วนแฝงความพิถีคิด แต่มาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความย้อนแยง!
เอื้อมมือไปหยิบกล่องเล็กๆ ประณีตบนโต๊ะเครื่องแป้ง นี่คือของขวัญที่เพื่อนสนิทผู้หนึ่งให้มา ว่ากันว่าเป็นหีบเจ็ดสิ่งประณีตอัจฉริยะซึ่งเป็นผลงานของช่างฝีมือเอกในเมืองตงจิง
ใช้มือพลิกแพลงตามที่เคยชิน ปลดกลไกของหีบอย่างรวดเร็ว ก็ปรากฏลิ้นชักเล็กๆ เจ็ดชั้น สำหรับให้สตรีใช้เก็บเครื่องประดับ
หวังกังเปิดลิ้นชักสุดท้ายโดยตรง ในนั้นเป็นที่เก็บกุญแจห้องเก็บสมบัติของบ้าน มอบให้นางก็หมายความว่าให้นางดูแลจัดการบ้านเรือน แต่ตอนนี้ นางไม่คู่ควร!
ลิ้นชักเปิดออก ไร้กุญแจ มีเพียงหนังสือเล่มเล็กเพียงเล่มเดียว
"ฝ่ามือควันเบาห้าพวง อืม!"
หวังกังหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา แค้นจนถึงขีดกลับหัวเราะออกมา หลี่ชิงหลัวถึงกับขนตำราวิทยายุทธ์ทั้งหมดจากสวรรค์ตำหนักสราญรมย์มาติดตัวเป็นสินสอด
มีวิชาลับของแต่ละสำนักตั้งมากมายไม่ดูไม่แล กลับเก็บเอาวิชากระจอกงอกง่อยพวกนี้มาเป็นสมบัติ ช่างถวายหัวใจให้กันอย่างลึกซึ้งจริงๆ!
เขาขี้เกียจหาไปทีละชิ้น จึงพลิกหีบคว่ำลง เขย่าบนลงล่าง เสียงดังกราว เครื่องเพชรพลอยกระจัดกระจายเต็มพื้น กุญแจรูปทรงประหลาดช่อหนึ่งปะปนอยู่ในนั้น
หวังกังเก็บกุญแจขึ้นมา แล้วพลิกเปิดหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง จะดูเสียหน่อยว่าวิชาฝ่ามือจีบหญิงของท่านอ๋องต้วนคนนี้จะวิเศษวิโสอย่างไร
หนังสือกางออก ก็เห็นภาพวาดของสาวน้อยวัยแรกแย้มคนหนึ่ง จากรูปโฉมและทรวดทรง มองปราดเดียวก็รู้ว่า คือหลี่ชิงหลัว
หวังกังนึกเยาะในใจ ต้วนเจิ้งฉุนนี่ก็มีไม้เด็ดดีจริง ให้กับหลี่ชิงหลัวก็วาดนางเพื่อสาธิตวิชา คาดว่าคงมีตำราวิชาสำหรับสตรีอื่นอีก
ดูต่อไป ก็เป็นดังคาด ใช้สตรีในภาพสาธิตวิชา ใบหน้าของนางนั้นมีหลากหลาย บ้างขึ้งโกรธ บ้างยิ้มแย้ม บ้างดีใจ บ้างหม่นหมอง นับว่าแสดงกิริยาอาการทุกอย่างของหลี่ชิงหลัวออกมาจนหมด
หวังกังฝืนข่มความขยะแขยงดูจนจบ รู้สึกเพียงว่าสิ่งนี้แทนที่จะเรียกว่าวิชา สู้เรียกว่าการเล้าโลมเกี้ยวพาเสียดีกว่า
วางทิ้งลงอย่างไม่ใยดี เขากำลังจะหันหลัง ทันใดนั้นก็พร่าเลือนไปชั่วขณะ แผงหน้าต่างที่เปล่งประกายแสงห้าสีลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้าอย่างปัจจุบันทันด่วน
【ชื่อ: หวังกัง
ค่าชื่อเสียง: 128765
อิทธิฤทธิ์: พลังแห่งมิติ (สามารถเรียนรู้ได้)
วิทยายุทธ์: ฝ่ามือควันเบาห้าพวง (สามารถเรียนรู้ได้)】
หวังกังตะลึงงัน นิ้วทองคำก็ปรากฏขึ้นมาดื้อๆ อย่างนี้หรือ? ไม่ได้ลังเลมาก ใช้จิตบังคับ กดไปที่หมวดวิทยายุทธ์
【ยืนยันที่จะใช้ค่าชื่อเสียง 50 เรียนรู้ฝ่ามือควันเบาห้าพวงหรือไม่?】
"ไม่ ไม่ ไม่!" หวังกังรีบตัดสินใจ วิชากระจอกๆ อย่างนี้ ฝึกจนตายก็ไม่มีทางสำเร็จอะไร หมามันยังไม่เรียนเลย แล้วจึงกดไปที่หมวดอิทธิฤทธิ์
【ยืนยันที่จะใช้ค่าชื่อเสียง 10000 เรียนรู้พลังแห่งมิติหรือไม่?】
เฮ้ย! ต่างกันมากมายขนาดนี้! งั้นต้องยอดเยี่ยมมากแน่!
หวังกังตัดสินใจทันที พลันก็รู้สึกได้ว่ามีไอจางๆ เกิดขึ้นภายในร่าง ไอเคลื่อนตามจิต ในพริบตาก็สร้างมิติขึ้นมาตรงใจกลางฝ่ามือ
"ที่แท้พลังแห่งมิตินี้ก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เอง!"
หวังกังสัมผัสถึงมิติในมือที่ใส่ไข่ไก่ได้ประมาณหนึ่งฟอง แบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร?
มองไปยังแผงหน้าต่างอีกครั้ง ด้านหลังพลังแห่งมิติมีเครื่องหมาย + ปรากฏขึ้นมากอีกอัน กดลงไปทันที
【ต้องการใช้ค่าชื่อเสียง 10000 อัปเกรดหรือไม่?】
ยืนยัน!
มิติใหญ่ขึ้นจริงด้วย ใส่ไข่เป็ดได้ฟองหนึ่งแล้ว
มาอีก!
【ต้องการใช้ค่าชื่อเสียง 20000 อัปเกรดพลังแห่งมิติหรือไม่?】
"คงไม่เพิ่มแบบยกกำลังหรอกนะ!"
มาอีก!
【ต้องการใช้ค่าชื่อเสียง 40000 อัปเกรดพลังแห่งมิติหรือไม่?】
มาอีก!
【ค่าชื่อเสียงไม่พอ!】
หวังกังมองค่าชื่อเสียงที่เหลือ 48765 จุดบนแผงหน้าต่าง กับมิติที่ขนาดไม่ถึงครึ่งศอก ไม่รู้ว่าขาดทุนหรือกำไรกันแน่!
"จะไปหาค่าชื่อเสียงนี่ได้ยังไง? ถ้าอัปเกรดอีกครั้งคงต้องใช้แปดหมื่น ยังขาดอีกตั้งสามหมื่นกว่า แต่ข้าเวียนว่ายตายเกิดสองภพถึงสะสมได้แค่แสนสองเองนะ"
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดดังโครม เสียงสตรีใสเย็นแว่วมา: "เจ้ากำลังทำอะไร!"
ป.ล. : เส้นเวลาในหนังสือเล่มนี้เข้าสู่ช่วงปีที่แปดแห่งรัชศกซีหนิง ส่วนเส้นเวลาเหตุการณ์ของแปดเทพอสูรนั้นอยู่ในช่วงระหว่างปีที่หกถึงปีที่แปดแห่งรัชศกหยวนโย่ว ต่างกันประมาณสิบหกสิบเจ็ดปี
ช่วงเวลานี้พอดิบพอดีเป็นรอยต่อระหว่างรัชศกซีหนิงและหยวนเฟิง อยู่ระหว่างช่วงการปฏิรูปของหวังอันฉือ ดังนั้นภายหลังจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับราชการแผ่นดินค่อนข้างมาก!
ในหนังสือเกี่ยวข้องถึงการโต้แย้งระหว่างสำนักขงจื๊อกับสำนักโม่จื่อ การถกเถียงระหว่างผลประโยชน์กับความถูกต้อง การต่อสู้ระหว่างพรรคเก่าและพรรคใหม่... อาศัยแต่ยุทธภพไม่อาจรองรับกระแสความคิดเหล่านี้ได้! ดังนั้นโปรดเลือกอ่าน
ป.ล. 2 : ไม่ชอบตอนที่มีหลี่ชิงหลัว สามารถข้ามผ่านไปได้เลย รวมแล้วมีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของตอนทั้งหมด แต่กลับกลายเป็นว่าคนจำนวนมากมองเห็นแค่จุดเล็กๆ นี้!