ถังอี้ฟานถูกสวีฉางหลงคว้าคอเสื้อด้วยมือเดียว ยกร่างลอยขึ้นกลางอากาศ ขาทั้งสองข้างดิ้นถีบไปมา ใบหน้าแดงคล้ำจนแทบเป็นสีม่วง
“คุณ...คุณสวี...คุณ...ทำอะไรน่ะ...”
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือฉาดใหญ่ฟาดเข้าที่ใบหน้าของถังอี้ฟานเต็มแรง!
ศีรษะของเขาสะบัดเอียงไปด้านข้าง ใบหน้าครึ่งซีกบวมเป่งขึ้นมาทันที เลือดซึมออกจากมุมปาก
หูของถังอี้ฟานอื้ออึง ดวงตามืดพร่าขึ้นเป็นระลอก
สวีฉางหลงแยกเขี้ยว โน้มหน้าเข้าไปจ่อหน้าถังอี้ฟาน เน้นเสียงทีละคำ
“แกยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าฉันทำอะไร?”
“เรื่องชั่ว ๆ ที่แกทำลงไป แกไม่รู้ตัวเลยหรือไง?!”
ถังอี้ฟานมึนงงไปทั้งตัว
ทำเรื่องชั่วอะไร?
ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาคิดไม่ออก!
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามืออีกข้างฟาดลงไป
ใบหน้าอีกซีกของถังอี้ฟานบวมขึ้นตามกัน เลือดตรงมุมปากกระเด็นลงพื้น
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
ถังหวยหลี่ตะโกนลั่นอย่างเกรี้ยวกราด
ฉวยจังหวะที่สวีฉางหลงกำลังลงมือ เขาฝืนใจกล้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืดหลังตรง วางท่าผู้ใหญ่แห่งตระกูลถัง
“คุณสวี! ที่นี่คือกลุ่มบริษัทถัง! เรากำลังเจรจาความร่วมมือกับคุณซูปั้นเซี่ยอยู่!”
“ขอให้คุณวางตัวให้เหมาะสมด้วย!!!”
สถานะของตระกูลซูในเจียงเป่ยไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มฉางหลงเลย
ซูปั้นเซี่ยก็นั่งอยู่ในห้องทำงานนี้
ต่อให้สวีฉางหลงวางอำนาจแค่ไหน พออยู่ต่อหน้าคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ก็คงต้องเกรงใจบ้างกระมัง?
แต่แล้ว...
สวีฉางหลงค่อย ๆ หันมามองถังหวยหลี่
สายตานั้นไม่ต่างจากมองหมาตายตัวหนึ่ง
“แกเป็นใคร?”
ถังหวยหลี่ฝืนใจตอบ
“ผมเป็นพ่อของถังอี้ฟาน ถังหวยหลี่!”
“อ้อ พ่อของไอ้สารเลวนั่นนี่เอง”
สวีฉางหลงปล่อยถังอี้ฟาน ร่างของเขาร่วงลงพื้นกองกับพื้นเหมือนกองโคลน
จากนั้นสวีฉางหลงก็ก้าวยาว ๆ ตรงไปหาถังหวยหลี่
ถังหวยหลี่เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ยังไม่ทันได้ถอยก้าวที่สอง
สวีฉางหลงก็เตะเข้าที่ท้องของเขาเต็มแรง!
“อ๊าก!”
ถังหวยหลี่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างงอตัว มือกุมท้อง ขดเป็นกุ้งตัวใหญ่
จากนั้นสวีฉางหลงก็คว้าผมเขาไว้ แล้วฟาดฝ่ามือใส่เป็นชุดอย่างไม่ยั้ง!
เพี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ!
ทั้งเร็วทั้งแรง ไม่มีหยุดพักแม้แต่น้อย
“ลูกไม่ดี พ่อก็ต้องรับผิดชอบ!”
สวีฉางหลงตบไปด่าไป
“ต้นตอมันอยู่ที่ไอ้แก่สารเลวอย่างแกนี่แหละ!”
