บนผิวน้ำ ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองช่วงปลายทั้งสี่คนทรงตัวได้มั่นคง ก่อนเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง
คราวนี้พวกเขาฉลาดขึ้น ไม่ปะทะกันซึ่งหน้าอีกต่อไป แต่แยกย้ายออกไปโจมตีพร้อมกันจากทั้งสี่ทิศ หมายผลาญกำลังของเต่ามังกร
เตาหลอมโอสถสวรรค์แปรกำเนิดพ่นเปลวโอสถออกมาไม่หยุด แผดเผากระดองเต่าของเต่ามังกร
รัศมีกระบี่ของผู้บำเพ็ญกระบี่ชราแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับร้อยนับพัน ฟาดฟันใส่ศีรษะและขาทั้งสี่ของเต่ามังกรอย่างถี่ยิบ
ผู้บำเพ็ญหญิงวัยกลางคนรวบรวมค่ายกลกักขังขึ้นมาอีกครั้ง ไข่มุกพุทธะสิบสองเม็ดแปรเป็นลำแสงพุ่งลงมาจากฟ้า สกัดกั้นการเคลื่อนไหวของเต่ามังกร
ส่วนชายหนุ่มจากวังเหมันต์เร้นลับวางค่ายกลน้ำแข็งไว้บนพื้น ทำให้เต่ามังกรเคลื่อนไหวช้าลง
ทั้งสี่ประสานงานกันได้อย่างเข้าขา จู่โจมได้เป็นจังหวะจะโคน
แม้เต่ามังกรเหวทมิฬจะมีเกราะป้องกันแข็งแกร่ง แต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในสภาพถูกควบคุม ไร้สติปัญญาหนุนเสริม จึงต่อสู้ได้เพียงตามสัญชาตญาณ
ผ่านไปสิบกว่าลมหายใจ ในที่สุดรอยร้าวแรกก็ปรากฏขึ้นบนกระดองของเต่ามังกร
“ได้ผลแล้ว!”
ดวงตาของผู้อาวุโสผมเงินเป็นประกาย
แต่ในจังหวะนั้นเอง ลูกแก้วผลึกกลางทะเลสาบพลันหมุนเร็วขึ้น!
แสงวิญญาณสีม่วงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม รอยร้าวบนผิวลูกแก้วผลึกขยายใหญ่ขึ้นในพริบตาจนมีขนาดเท่ากำปั้น แรงดูดอันน่าสะพรึงกลัวพลันปะทุออกมาจากรอยแยก!
“แย่แล้ว!”
สีหน้าของผู้บำเพ็ญกระบี่ชราแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
แรงดูดแผ่ปกคลุมทั่วเขตแกนกลาง ผู้บำเพ็ญทุกคนต่างรู้สึกถึงแรงดึงรั้งไร้รูปร่าง
ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานรากไม่อาจต้านทานได้ ร่างกายถูกแรงดึงดูดพุ่งไปหาลูกแก้วผลึกอย่างควบคุมไม่ได้
“ช่วยด้วย!”
“ไม่!”
ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานรากเจ็ดแปดคนกรีดร้องขณะถูกดูดเข้าไปในรอยแยกของลูกแก้วผลึก ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งก็หายวับไปแล้ว
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองช่วงต้นยังพอฝืนต้านทานได้ แต่ก็ต้องโคจรพลังวิญญาณเต็มกำลัง พร้อมคว้าหินรอบข้างไว้จึงจะทรงตัวได้
