เวินเนี่ยนซีฟังออกถึงความขมขื่นในน้ำเสียงของเขา แต่ก็ไม่รู้จะปลอบเขาอย่างไร
“ทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองค่ะ”
สวี่เฉินเหยาซดบะหมี่ไปคำหนึ่ง “ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันก็เล่นเกมบ้าง ออกไปวิ่งบ้าง อีกสักพักคนอื่นก็ลืมฉันไปเอง เสียงด่าก็จะค่อย ๆ เบาลง”
“ไปอยู่ต่างประเทศแล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“อืม วางแล้วนะ”
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านจนใบหน้าเย็นวาบ
เธอไปซื้อผักที่ซูเปอร์มาร์เก็ต พอกลับถึงอพาร์ตเมนต์ถึงค่อยรู้สึกอุ่นขึ้น
งานอดิเรกของอวี้หว่านจื่อคือทำอาหาร “วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เวินเนี่ยนซีช่วยล้างผัก “เขา...วันนี้พูดอะไรกับคุณบ้าง”
“เขาบอกว่าลืมของไว้ที่นี่”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นแฟนเก่าฉัน”
อวี้หว่านจื่อบอกว่า “ฉันเดาเอาน่ะ ฉันถามเขาว่าเป็นแฟนเก่าคุณหรือเปล่า เขาก็ยอมรับเอง”
“อ๋อ...”
ระหว่างทางที่มา เวินเนี่ยนซีคิดเรื่องนี้อยู่นาน
เซินว่างหาที่นี่เจอได้ง่าย ๆ ด้วยนิสัยของเขา ต้องมาตามตื๊อเธอแน่ เธอกลัวว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน
“หว่านหว่าน ฉันย้ายกลับไปอยู่ที่เดิมดีกว่า ตอนนี้อากาศหนาวแล้ว ฉันต้องวิ่งไปวิ่งมาทุกวัน ทั้งยุ่งยากทั้งหนาว ถึงสภาพแวดล้อมจะแย่ไปหน่อย แต่ก็พออยู่ได้”
“อีกอย่าง ฉันคุยกับเจ้าของบ้านแล้ว เขายอมลดค่าเช่าให้ฉันด้วย”
อวี้หว่านจื่อทำหน้าตกใจ “กะทันหันจัง?”
“อืม ช่วงนี้รบกวนคุณมากเลย”
ห้องนอนเล็กที่เวินเนี่ยนซีพักอยู่ เธอจ่ายค่าเช่าแค่หนึ่งในสาม ส่วนที่เหลืออวี้หว่านจื่อเป็นคนรับผิดชอบเกือบทั้งหมด
อวี้หว่านจื่ออยู่คนเดียวแล้วเหงา แต่ก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร “งั้นก็ได้...”
เวินเนี่ยนซียิ้ม “ปกติเราก็เรียนด้วยกันที่โรงเรียนเหมือนเดิม ไม่ได้กระทบอะไรสักหน่อย แค่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้นเอง”
