ปลายนิ้วเรียวยาวขาวผ่องแตะลงบนแก้มของเขา ลูบไล้ราวกับกำลังลูบลูกหมา ปลายนิ้วกวาดไปมาเบา ๆ “ไม่เหมือนคนอื่นเลยนะ”
โจวอวี่ชางเข้าใจทันที อ้าปากอมปลายนิ้วหัวแม่มือของเธอไว้
เซินอู๋โหยวทำเล็บปลอมมา แผ่นเล็บยาวมาก เขาจึงอมได้แค่ครึ่งนิ้วอย่างทุลักทุเล
เธอขมวดคิ้ว “ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากเล่นแล้ว เช็ดให้สะอาดสิ”
ลูกกระเดือกของโจวอวี่ชางขยับขึ้นลง “ครับ”
ตามรายชื่อที่แม่สื่อให้ไว้คราวก่อน คนถัดไปที่เธอต้องไปดูตัวด้วยก็คือฟู่ลี่เยี่ยน……
เขาใช้ทิชชูเช็ดมือให้เธอจนสะอาด มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย ส่วนอีกข้างกุมมือเธอไว้หลวม ๆ สายตาจับจ้องถนนเบื้องหน้าอย่างตั้งใจ
ไอ้ขาเป๋นั่น
เขาแอบสบถด่าอยู่ในใจ
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้เฒ่าคนนั้น อู๋โหยวก็คงปล่อยวางความระแวงและยอมรับเขาไปนานแล้ว
ทั้งโมโหทั้งหงุดหงิด
……
สามเดือนต่อมา
เซินอู๋โหยวกลับจากร้านดอกไม้ กำลังแช่ตัวในอ่างอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าทั้งกาย
บนผิวน้ำในอ่างมีฟองสบู่ลอยอยู่หนาเป็นชั้น เธอช้อนฟองขึ้นมาแล้วเป่าลมใส่เบา ๆ
ขณะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกผลักเปิดออก
เซินอู๋โหยวหันไปมองอย่างเป็นธรรมชาติ “ช่วยเตรียมเสื้อผ้าให้ฉันหน่อย”
โจวอวี่ชางย่อตัวลงข้างอ่าง ใช้มือแตะผิวน้ำเบา ๆ “จะไปดูตัวอีกแล้วเหรอ”
“อืม เรื่องพี่ชายทำให้คุณปู่ปวดหัวแทบแย่ สุดท้ายคนที่เดือดร้อนกลับเป็นฉัน เฮ้อ……”
ที่จริงเธอก็ไม่อยากไป แต่ถ้าไม่ไปดูตัว คุณปู่คงสงสัยว่าเธอชอบผู้หญิง แถมยังกลัวว่าเธอจะไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงจริง ๆ
