วันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ซ่งจือหวานตรวจพบว่าตัวเองตั้งครรภ์
สามีของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้
นี่คือลูกคนที่สองของพวกเขา
เป็นลูกสาว
เธอดีใจมาก จึงโทรหาฟู่อวี๋ซิวทันที
“ที่รัก มีเรื่องน่ายินดี ฉันอยากบอกคุณเป็นคนแรก ฉัน...”
เธอยังไม่ทันพูดคำว่า ‘ตั้งครรภ์’ ออกมา
ก็มีเสียงผู้หญิงแสนหวานดังขึ้นจากปลายสาย
“อวี๋ซิว ดึกขนาดนี้แล้ว ใครโทรมาหรือ?”
“ไม่มีใครหรอก”
ฟู่อวี๋ซิววางสายไปทันที
หัวใจของซ่งจือหวานบีบรัดขึ้นมา
แต่เธอไม่ได้คิดมาก
เธอเดินทางไปประเทศเอ็ม ซึ่งเป็นที่ที่พ่อลูกอยู่ ตั้งใจจะบอกข่าวนี้กับเขาด้วยตัวเอง
ซ่งจือหวานเดินเข้าไปในวิลล่า ลูกชายอย่างฟู่หนานเฉินก็วิ่งเข้ามาหา
“แม่!”
ฟู่หนานเฉินยิ้มดีใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็ก ๆ
“แม่มาทำไมเหรอ?”
ซ่งจือหวานเดินเข้าไปกอดลูกชาย
ไม่ได้เจอลูกมานาน เธอคิดถึงเขามาก ต่อให้กอดนานแค่ไหนก็ยังไม่อาจคลายความคิดถึงได้
แต่ฟู่หนานเฉินกลับดันเธอออกแล้วผละจากอ้อมกอด
“แม่ อย่าเพิ่งเสียเวลาผมเลย ผมยังมีธุระสำคัญต้องทำ”
ซ่งจือหวานชะงักไป
ฟู่หนานเฉินพูดต่อ
“ผมจะไปหาพ่อ คืนนี้พวกเราจะไปดูการแสดงบัลเลต์ของคุณอาเยว่ซา!”
ฟู่หนานเฉินยิ้มร่า ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“พ่อเตรียมของขวัญไว้ให้คุณอาเยว่ซาตั้งเยอะ แถมยังมีช่อดอกไม้ช่อใหญ่มากด้วย พอการแสดงจบ พวกเราจะมอบเซอร์ไพรส์ให้คุณอาเยว่ซา!”
ซ่งจือหวานฟังแล้วหัวใจบีบรัด จึงลองถามหยั่งเชิง
“เฉินเฉิน พ่อ...ไม่ได้บอกเหรอว่าคืนนี้มีนัดอย่างอื่น?”
เธอจองร้านอาหารไว้แล้ว ทั้งยังส่งข้อความบอกฟู่อวี๋ซิวไปแล้วด้วยว่าคืนนี้จะกินข้าวด้วยกัน
ฟู่อวี๋ซิวไม่เคยตอบกลับมาเลย
ซ่งจือหวานคิดว่าเขาคงยุ่งกับงานมาก จึงไม่ได้ตอบ
เขาน่าจะรู้แล้ว เธอจึงไม่ได้ถามย้ำ
ฟู่หนานเฉินพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“บอกแล้วสิ พ่อบอกว่าจะไปกินข้าวที่ร้านอาหาร”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ซ่งจือหวานจึงยิ้มออกมา
ฟู่อวี๋ซิวยังไม่ลืมวันครบรอบของพวกเขา
เธอเสนอตัวขับรถไปส่งลูกชาย
……
เมื่อมาถึงด้านนอกโรงละคร เพราะไม่มีบัตรเข้าชม ซ่งจือหวานจึงทำได้แค่รออยู่ข้างนอก
เธอมองลูกชายเดินกระโดดโลดเต้นเข้าไปข้างใน
จากนั้นก็เห็นรถมายบัคคันคุ้นตาจอดอยู่หน้าโรงละคร
ประตูด้านหลังเปิดออก ขายาวในกางเกงสแล็กก้าวลงมา ฟู่อวี๋ซิวสวมสูทตัดเย็บพอดีตัวอย่างเนี้ยบ สูงโปร่ง ไหล่กว้างเอวคอด บุคลิกยังคงเย็นชา สง่างาม และสูงศักดิ์เช่นเคย
เมื่อเห็นเขา ซ่งจือหวานก็ยังคงรู้สึกยินดีอย่างเต็มหัวใจ
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา อยากคุยกับฟู่อวี๋ซิว จึงโทรหาเขา
แต่เธอเห็นเขาจ้องโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรับสาย
“มีอะไร?”
ซ่งจือหวานพูดว่า “ไม่มีอะไร แค่อยากถามว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”
“ยุ่งอยู่”
“อืม งั้นคุณทำงานต่อเถอะ คืนนี้พวกเราค่อย...”
เธอยังพูดไม่จบ สายก็ถูกตัดไปแล้ว
ซ่งจือหวานมองโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ
ฟู่อวี๋ซิวมักเย็นชากับเธอแบบนี้เสมอ ทั้งยังไม่มีความอดทน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอก็คุ้นชินกับท่าทีเช่นนี้ของเขาแล้ว
เธอไม่ได้โทรไปอีก หลังเห็นฟู่อวี๋ซิวเข้าไปข้างใน เธอก็นั่งรออยู่ในรถ
สองชั่วโมงต่อมา การแสดงก็จบลง
ตอนซ่งจือหวานกำลังจะลงจากรถไปรับพ่อลูก เธอก็เห็นภาพตรงหน้าเข้า
ฟู่อวี๋ซิวกับหญิงสาวอ่อนหวานในชุดเดรสยาวสีชมพูเดินออกมาพร้อมกัน โดยจูงมือฟู่หนานเฉินคนละข้าง
ฟู่หนานเฉินดูมีความสุขมาก ศีรษะเล็ก ๆ โยกไปมา ขณะมองทั้งสองพูดคุยกัน
ส่วนฟู่อวี๋ซิวก็เผยรอยยิ้มที่เธอแทบไม่เคยเห็น
หัวใจของซ่งจือหวานบีบรัด ความขมขื่นพลันเอ่อท้นขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทั้งสามคนขึ้นรถ ซ่งจือหวานก็ขับตามไป
……
รถหรูจอดอยู่หน้าร้านอาหารที่เธอจองไว้
ซ่งจือหวานยิ้ม ฟู่อวี๋ซิวยังพาลูกชายมาฉลองวันครบรอบกับเธออยู่ดี
แต่เมื่อเดินเข้าไป เธอถึงได้รู้ว่า...
พ่อลูกมาที่นี่เพื่อฉลองให้เจียงเยว่ซา
ฟู่อวี๋ซิวเหมาร้านอาหารทั้งโถง แล้วให้คนจัดดอกไม้กับลูกโป่งไว้เต็มไปหมด
เขากับฟู่หนานเฉินยังเข็นรถเค้กเข้าไปด้วยตัวเอง บนเค้กเป็นตุ๊กตาฟองดองรูปนักบัลเลต์กำลังเต้น
ฟู่หนานเฉินยื่นช่อดอกไม้ให้เจียงเยว่ซาราวกับกำลังมอบของล้ำค่า
“คุณอาเยว่ซา นี่เป็นของขวัญที่พ่อเตรียมไว้ให้คุณ ยินดีด้วยที่การแสดงผ่านไปด้วยดี!”
ฟู่อวี๋ซิวเองก็กล่าวคำอวยพรให้เธอ
เจียงเยว่ซาดูซาบซึ้งใจมาก เธอย่อตัวลงกอดฟู่หนานเฉิน แล้วกล่าวขอบคุณฟู่อวี๋ซาทั้งน้ำตาคลอ
หลังทั้งสามฉลองกันเสร็จ ก็ลงนั่งกินอาหาร ดูแล้วราวกับครอบครัวสามคนที่มีความสุข
ซ่งจือหวานยืนมองอยู่ตรงทางเข้า หัวใจสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาฟู่อวี๋ซิวอีกครั้ง
ฟู่อวี๋ซิวมองหน้าจอแล้วกดตัดสายทันที
ซ่งจือหวานไม่ยอมแพ้ โทรหาเขาอีกครั้ง
จากนั้นเธอก็ได้ยินเจียงเยว่ซากำลังเกลี้ยกล่อมเขา
“อวี๋ซิว เป็นจือหวานใช่ไหม เมื่อคืนเธอก็โทรหาคุณแล้ว ฉันไม่ถือหรอก คุณรับสายเถอะ”
ฟู่อวี๋ซิวกดรับสาย
“คุณมีเวลาไหม ฉันมีเรื่องอยากบอก...”
“ไม่มี” ฟู่อวี๋ซิวขัดขึ้น “คืนนี้ผมไม่ว่าง ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง”
“แต่ฉันมาถึง...”
ซ่งจือหวานยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นฟู่อวี๋ซิวที่อยู่ไม่ไกลวางสายไปแล้ว
เธอได้ยินทั้งสามคนพูดคุยกันต่อ
ฟู่หนานเฉินรับเค้กชิ้นเล็กจากเจียงเยว่ซาไปกิน ก่อนจะโบกมืออย่างตื่นเต้น
“คุณอาเยว่ซาดีที่สุดเลย ผมอยากให้คุณเป็นแม่จัง คุณอาเยว่ซาเป็นแม่ผมได้ไหม?”
ฟู่หนานเฉินโยกมือเจียงเยว่ซาไปมา ออดอ้อนเธอ
“รับปากผมเถอะนะ คุณอาเยว่ซา ได้ไหมครับ?”
เจียงเยว่ซายิ้มแล้วพยักหน้า
“เย่! แม่เยว่ซาดีที่สุดเลย ผมกับพ่อรักแม่เยว่ซาที่สุด!”
บนโต๊ะอาหาร ‘ครอบครัวสามคน’ หัวเราะพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ซ่งจือหวานที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บปวด
ฟู่อวี๋ซิวจำวันครบรอบแต่งงานของพวกเขาไม่ได้เลย และไม่ใส่ใจเธอสักนิด
ฟู่หนานเฉินเองก็ยอมรับผู้หญิงคนอื่นเป็นแม่
ซ่งจือหวานลูบท้องที่ยังไม่ปรากฏชัด
การมาถึงของเธอกับลูกสาว ในเวลานี้กลับกลายเป็นส่วนเกินสำหรับพ่อลูกคู่นั้น
เธอตั้งใจเดินทางมาถึงที่นี่ ก็เพราะอยากบอกข่าวดีเรื่องตั้งครรภ์กับพวกเขา
แต่ตอนนี้ดูแล้ว คงไม่จำเป็นอีกต่อไป
ซ่งจือหวานหันหลังกลับ ฉีกผลตรวจการตั้งครรภ์จนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องลูกสาวในท้องของเธออีกแล้ว
ส่วนชีวิตแต่งงานระหว่างเธอกับฟู่อวี๋ซิว...
เจ็ดปีแล้ว
ตั้งแต่ยังสาว เธอก็หลงรักฟู่อวี๋ซิวอย่างลึกซึ้ง
หากไม่ใช่เพราะเหตุไม่คาดฝัน ฟู่อวี๋ซิวก็คงไม่แต่งงานกับเธอ
ไม่ว่าเธอจะทุ่มเทแค่ไหน หรือเฝ้ารอฟู่อวี๋ซิวนานเท่าไร
ชีวิตแต่งงานที่ถูกฝืนมาตั้งแต่แรก ย่อมต้องจบลงเข้าสักวัน
เธอใช้เวลาเจ็ดปีรักเขา
ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอควรตื่นจากฝันเสียที
ซ่งจือหวานหันหลังเดินออกจากร้านอาหาร แล้วขับรถมุ่งหน้าไปสนามบิน
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ส่งข้อความสองข้อความให้ทนายความ
“ทนายเกา ช่วยร่างข้อตกลงให้ฉันสองฉบับ”
“ฉบับหนึ่งเป็นข้อตกลงหย่า อีกฉบับเป็นข้อตกลงสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก”
เธอจะพาลูกสาวไปจากโลกของฟู่อวี๋ซิว
