หลี่ฉงซานกับคนอื่น ๆ กำลังถือแผนที่เทียบดูกัน
“ในแผนที่ ด้านหลังตรงนี้เป็นถนน แต่ตรงนี้กลับเป็นเทือกเขาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ลองช่วยกันหาแถว ๆ นี้ดู”
ทีมโบราณคดีเริ่มค้นหาบริเวณโดยรอบ บางคนก็นำอุปกรณ์ออกมาตรวจวัดพื้นที่ใกล้เคียง
ฉินเฟิงยืนไพล่หลัง มองทุกคนทำงานกันอย่างขะมักเขม้น
เขาไม่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานแม้แต่น้อย
ทุกคนค้นหากันตลอดบ่ายแต่ก็ไม่พบอะไร จึงกลับไปที่ค่ายเพื่อกินมื้อเย็น
หวังเจิงกับน้องสาวเตรียมอาหารเย็นไว้ให้คนอื่น ๆ แล้ว
มีทั้งไก่ เป็ด ปลา และเนื้อสัตว์ครบครัน
ฉินเฟิงหยิบน้ำเต้าสุราออกมาใบหนึ่ง “ผู้อาวุโสเฉิน พวกท่านจะดื่มสักหน่อยไหม?”
เฉินซิวหย่วนหัวเราะ “ฮ่า ๆ เสี่ยวฉินยังพกสุรามาด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองสักหน่อยแล้ว”
พอเปิดน้ำเต้าสุรา กลิ่นหอมเข้มข้นก็ลอยออกมา ทุกคนอดตาเป็นประกายไม่ได้
“สุราชั้นดี แค่ดมกลิ่นก็รู้ว่าอายุเกิน 50 ปีแน่นอน”
“เกินแน่นอน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้กลิ่นสุราหอมขนาดนี้”
ฉินเฟิงรินสุราให้ทุกคน “นี่เป็นสุราหมักบ่มนานนับร้อยปีของผม เวลาดื่มค่อย ๆ จิบกันนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเมาง่าย”
“โห! สุราหมักบ่มนานนับร้อยปี มิน่าถึงหอมขนาดนี้”
หวังเจิงขอด้วยถ้วยหนึ่ง จิบไปเล็กน้อยแล้วพยักหน้าซ้ำ ๆ “อืม สุราดีจริง ๆ ไม่บาดคอเลย สุราชั้นดีที่บ่มมานานขนาดนี้ ถ้าเอาไปประมูลที่เกาะฮ่องกงคงได้ราคางามแน่”
ฉินเฟิงจิบสุรา “ทางเกาะฮ่องกงเขาดื่มเหล้าฝรั่งกัน สำหรับคนที่ไม่รู้จักสุราขาว เอาไปประมูลก็คงไม่ได้ราคาเท่าไรหรอก”
หวังจิ้งนั่งอยู่ข้าง ๆ “ถ้าคุณมีเยอะ ฉันช่วยติดต่อโรงประมูลให้ได้ตอนกลับไป”
