ถูกเนรเทศสู่ภูเขา: เปิดตัวเลือกระบบพิทักษ์ขุนเขา

ตอนที่ 1 เปิดเรื่องอันโหดร้าย

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“พอข้ามีลูกเมื่อไหร่ จะเอาข้าวหยาบมาให้อีก 20 ชั่ง แล้วจะบอกให้ต้าโจ้วดูแลเจ้ามากขึ้นอีกหน่อย”

หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง เอ่ยพลางสวมเสื้อผ้าไปด้วย

ฉินเฟิงมีเหงื่อเต็มหน้าผาก

เจ็บ!

หัวปั่นป่วน “วิ้ง ๆ” ไปหมด

สติค่อย ๆ หวนคืนสู่ร่าง เขาพยายามลืมตาขึ้น

ก็เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าเว้าโค้งได้รูป กำลังสวมเสื้อผ้าต่อหน้าเขาอย่างไม่หลบตา

“นี่... นี่ที่ไหน?”

ในหัวของฉินเฟิงมีความทรงจำใหม่ผุดขึ้นมา

เขาทะลุมิติ!

หัวสมองเละเทะไปหมด

หญิงสาวแต่งตัวเสร็จ เห็นเขามีเหงื่อท่วมหัว ก็ก้มลงดู

เอามือแตะหน้าผากฉินเฟิงดู สัมผัสเย็นเยียบ เห็นเขาหน้าซีด ก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา

พึมพำกับตัวเองว่า “หรือตัวเองเมื่อกี้จะรุนแรงไป?”

ฉินเฟิงมองใบหน้างดงามของหญิงสาว นึกว่าเขามาอยู่แดนบุปผางามหรือไร ถึงได้บ้าบิ่นขนาดนี้?

หญิงสาวมองเขา มีท่าทีลนลาน “เราตกลงกันดีแล้วนะ เจ้าช่วยข้าตั้งท้อง ข้าก็จะให้โวโถวเจ้าทุกวัน เกิดอะไรขึ้นข้าไม่รับผิดชอบนะ”

พูดจบก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไปเลย

สีหน้าของฉินเฟิงแปลกประหลาดชวนหัว

“ให้ตายเถอะ~”

ท้องของเขาร้อง “โครกคราก” ขึ้นมา

เป็นสัญชาตญาณ หยิบโวโถวที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมากัด

กัดไปคำหนึ่ง นึกว่าตัวเองจะกลืนไม่ลง แต่ร่างกายกลับแสดงออกอย่างซื่อสัตย์

แถมยังให้ความรู้สึกราวกับได้กินของดีจากเขาเลยทีเดียว

กินโวโถวหมดไปหลายคำ ความหิวกลับไม่ลด มีแต่เพิ่มมากขึ้น เขาหิวเกินไปจริง ๆ

ธัญพืชแค่นี้ช่วยให้อิ่มไม่ได้เลย มีแต่จะไปกระตุ้นให้ความหิวโหยมันลุกโชนขึ้นไม่สิ้นสุด

มองไปทั่วห้อง เห็นเป็นบ้านดินทรุดโทรม หน้าต่างเอากระสอบปุ๋ยมาบังไว้ ลมโกรกเข้ามา

บนหลังคามีรูขนาดเท่าลูกฟุตบอล มองเห็นดวงดาวพราวพรายบนฟ้า

หนูมาเห็นยังต้องร้องไห้

ฉินเฟิงเอามือกุมหน้าผาก

“ข้าทำกรรมอะไรไว้เนี่ย”

เดิมทีเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนในโลกยุคใหม่ ผ่านเคราะห์โดนปลดกลางคน แถมเมียยังขอหย่า ต้องไปซดเหล้าที่บาร์ให้ลืมทุกข์ เจอสาวน้อยสองคนจิตใจดี

น้อง ๆ พูดจาหวานหูน่ารัก

ค้างคืนคุยเรื่องชีวิตกันทั้งคืนที่โรงแรม สุดท้ายก็มาอยู่ที่นี่

ปี 1978 หมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทือกเขาฉินหลิ่ง มณฑลส่านซี

โชคชะตาของเขายิ่งกว่าเริ่มเกมที่ขุมนรก

ถูกส่งลงมาเป็นพวกดำห้าประเภท

ครอบครัวสี่ชีวิต ตายหมด เหลือเขาคนเดียว อายุสิบแปด

ถึงจะเป็นช่วงถูกส่งลงมา พ่อแม่พี่ชายคอยปกป้อง มีข้าวก็ให้เขากินก่อน

ญาติพี่น้องจากไปหมดแล้ว ไม่มีคนคอยปกป้องอีกต่อไป

มือไม้เรี่ยวแรงไม่มี แถมมีพื้นเพแบบนี้ จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่

โชคดีที่การปฏิวัติยุติลงเมื่อสองปีก่อน ไม่มีใครมาจัดการเขาเหมือนก่อน ไม่งั้นคงอยู่ไม่ถึงวันนี้แน่

ฉินเฟิงพยุงตัวขึ้นมา เห็นตัวเองยังเปลือยเปล่า รีบหยิบเสื้อผ้าขาด ๆ ข้าง ๆ มาสวม

ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น

หญิงสาวคนเมื่อกี้วิ่งกลับมาอีก เห็นเขายังไม่ตายก็โล่งอก

“วันนี้เจ้าทำดีมาก ให้โวโถวเพิ่มอีกอัน พรุ่งนี้ข้ามาใหม่”

ฉินเฟิงเห็นเธอโยนโวโถวลงแล้ววิ่งหนีไปอีกแล้ว

พูดอะไรไม่ออกเลย

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

ร่างที่เขามาสิงนั้นชื่อเดียวกับเขาทั้งชื่อตัวชื่อรอง ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน หิวจนแทบตายอยู่แล้ว พอถูกยายนี่บีบบังคับอัดใส่ก็เลยสลบตายไปเลย

ถึงตอนนี้จะไม่มีใครมารังแก แต่ว่าชาวบ้านก็ยังรังเกียจเขา

พูดง่าย ๆ ก็คือปล่อยให้เขาไปตายเอาดาบหน้า

คิดถึงหญิงสาวคนนั้นก็ตลกดี

“เจ้าของร่างคนนี้โชคดีเรื่องผู้หญิงไม่เบา”

ผู้หญิงคนนั้นชื่อหลิวหลาน เป็นจือชิงบ้านนอก วัย 23 ถูกหัวหน้าชุมชนสวี่ต้าโจ้วใช้อุบายหลอกแต่งเป็นเมีย

หัวหน้าชุมชนคนนี้ก็อายุ 50 กว่าเข้าไปแล้ว ร่างกายมีปัญหา ทำให้มีลูกไม่ได้

ตอนนี้การสอบเข้าวิทยาลัยกลับมาแล้ว พวกจือชิงในหมู่บ้านกลับกันไปมากแล้ว

หลิวหลานเองก็มีโอกาสกลับไปเหมือนกัน แต่เมื่อสองปีก่อนนึกว่าตัวเองไม่มีโอกาสกลับ เลยเอาทะเบียนบ้านมาขึ้นในหมู่บ้าน แต่งกับหัวหน้าชุมชน

ตอนนี้เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำได้แค่พยายามหาทางตั้งท้อง ไม่งั้นกลัวโดนไล่ออก

สวี่ต้าโจ้วเป็นหัวหน้าชุมชน เธอก็ต้องใช้ชีวิตในหมู่บ้านนี้ต่อไป เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นจึงตั้งตาจ้องเจ้าของร่างคนก่อนนี้ไว้

คิดไปแล้ว เจ้าของร่างนี้ก็หน้าตาดีอยู่หน่อย แถมมีพื้นเพที่ดี บุคลิกสง่างาม ถ้าแต่งตัวหน่อยก็เป็นชายรูปงามได้

แต่น่าเสียดายว่าที่นี่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ไม่ใช่ เอามาทำประโยชน์ก็ได้

เมียของหัวหน้าชุมชนแอบมาหาเพื่อขอยืมเชื้ออยู่เนี่ย

ในหมู่บ้านห่างไกลเมืองแบบนี้ หัวหน้าชุมชนก็คือเจ้าที่นั่นแหละ

ถ้ามีใครช่วยเป่าหูให้เขา ไอ้หมาดำอย่างเขาชีวิตอาจจะดีขึ้นหน่อยเช่นให้เสบียงสงเคราะห์บ้าง

หลังจากฉินเฟิงสะสางความทรงจำในหัวจนเรียบร้อยแล้ว ก็มองดูสภาพที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่

ก็ทำได้แค่ทอดถอนใจ

อยู่สภาพแบบนี้ มิน่าล่ะแต่ละคนถึงประคองตัวไม่ได้

ตอนนี้เขาทะลุมิติมาแล้วก็ต้องคิดเรื่องการใช้ชีวิตต่อไป

เรี่ยวแรงเขาไม่มี อยู่ที่นี่ก็คงไม่ต่างอะไรกับรอวันตาย

“หรือไม่ก็เผ่นหนีซะ?”

“อู้ววว~”

เสียงหมาป่าหอนดังมาจากในเขาลึก

ฉินเฟิงอ้าปากค้าง

เลิกคิดเรื่องเผ่นหนีไป

เข้าป่าไปก็แค่ไปให้หมาป่ากิน

มองดูก้อนโวโถวที่ถูกโยนไว้บนแคร่ดิน จึงหยิบมาใส่ปากกินทันที

“ช่างเถอะ มีอะไรกินก็กินไปก่อน อย่างน้อยยังมีโวโถวกินวันละก้อน”

ทนไปอีกสองสามปี กลับเมืองหลวงไปแล้ว หน่วยงานท้องที่ต้องคืนบ้านในซอยให้เขาแน่

ถ้าแย่จริง ๆ ก็แค่ขายบ้าน แค่นั้นก็พอกินข้าวได้แล้ว

อีกอย่างมีควาทรงจำของโลกอนาคต บางทีอาจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้สุขสบายก็ได้

คิดได้แบบนี้ อารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่ก็ดีขึ้นทันตา

【ติ๊ง~ ยินดีกับโฮสต์ที่รอดชีวิตในโลกใหม่ได้ ระบบเริ่มผูกมัดแล้ว】

ฉินเฟิงตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นมากระทันหัน โวโถวคำหนึ่งติดคอเลย

ทุบหน้าอกตัวเองรัว ๆ

เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมาเลย

กระเสือกกระสนไปที่โอ่งน้ำเก่าข้าง ๆ หยิบชามที่มีรอยบิ่นตักน้ำใส่ลงไปนิดหน่อยกรอกลงคอ

โวโถวก้อนนั้นในที่สุดก็ลงสู่ท้องจนได้

“แค่ก ๆ”

“เกือบตายเพราะข้าวคำเดียวแล้ว”

【ติ๊ง~ ระบบเช็คอินผูกมัดสำเร็จ ระบบนี้แบ่งเป็นเช็คอินรายวันกับรายปี ยิ่งเว้นช่วงเช็คอินนานเท่าไหร่ รางวัลก็จะดียิ่งขึ้น】

ฉินเฟิงดีใจสุดขีด เขานึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีระบบเหมือนกัน

“ดีเกินไปแล้ว ยิ่งเว้นนาน รางวัลเช็คอินรายปีต้องดีกว่าแน่!”

【ติ๊ง~ มอบของขวัญต้อนรับโฮสต์ 1 ชุด จะเปิดไหม?】

“เปิด!”

【ติ๊ง~ ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ พื้นที่ไร่สวรรค์, จีโนมโพชั่น ×1, ร่างกาย·ร้อยพิษไม่ระคาย】

ฉินเฟิงยังไม่ทันดีใจ พลังงานสายหนึ่งก็ไหลหลั่งสู่ร่างกาย

เลือดทั่วกายเริ่มเดือดพล่าน

ผิวหนังที่ตามองเห็นก็แดงระเรื่อขึ้นมา และยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเลือดจะหยดออกมา

【ติ๊ง~ โฮสต์รีบใช้จีโนมโพชั่นเร็วเข้า】

เมื่อได้ยินระบบแจ้ง สติก็เข้าสู่พื้นที่แห่งหนึ่งตามธรรมชาติ ภายในนั้นมีฟ้าหลังฝน และแปลงดินกับกระท่อมไม้หลังน้อย

ยังไม่ทันได้สำรวจสภาพไร่ ก็รู้ราวกับเป็นสัญชาตญาณ ว่ายานั้นอยู่ในกระท่อมไม้ พละจิตสั่งการนำยาออกมา เปิดฝาแล้วกรอกลงคอทันที

หลังจากดื่มจีโนมโพชั่นแล้ว ขวดก็หายวับไปเอง

“ตูมม~”

สมองของฉินเฟิงเหมือนระเบิดออก ว่างเปล่าไปหมด

ภายในร่างกายคล้ายมีหนูนับพันนับหมื่นวิ่งพล่าน

ผิวหนังพองปูดขึ้นมา วิ่งพล่านไปทั่วร่าง

ตอนนี้เขาหยุดความคิดไปแล้ว

ในเวลาเดียวกันก็สูญสิ้นการรับรู้ทางร่างกาย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ท้อง

ฉินเฟิงได้สติคุมร่างอีกครั้ง กุมท้องวิ่งออกไปข้างนอก

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป