ฉินเฟิงมองแววตาคาดหวังของเธอ ไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาแล้วเอ่ยขึ้นตรง ๆ ว่า “รู้ไหมว่าความหมายของคำว่าอำนวยความสะดวกให้ผู้อื่น ก็เท่ากับอำนวยความสะดวกให้ตัวเองคืออะไร?”
“ก็คือให้ความสะดวกแก่คนอื่น แล้วตัวเราเองก็ได้รับประโยชน์ด้วย”
หลังพูดจบ เลิ่งเยว่หนิงก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนจะจับต้นชนปลายได้บ้าง แต่กลับสรุปออกมาไม่ได้
“ถูกต้อง ให้ความสะดวกแก่คนอื่น แล้วตัวเราเองก็ได้ประโยชน์ แขกที่มาพักโรงแรมของเรารู้สึกสบายใจ
ย่อมอยากกลับมาพักอีก และยังช่วยบอกต่อให้คนอื่นรู้
พอมีคนมากขึ้น คนที่มารับประทานอาหารก็ย่อมเพิ่มตาม เมื่อชื่อเสียงดีขึ้น ธุรกิจก็จะไม่ผันผวนในระยะสั้น”
เลิ่งเยว่หนิงมองเขา “แล้วจะอำนวยความสะดวกให้คนอื่นยังไง?”
ฉินเฟิงส่ายหน้า “พูดไปตั้งเยอะแล้วยังคิดไม่ออกอีกเหรอ?”
เลิ่งเยว่หนิงหน้าแดง “รู้สึกเหมือนจะจับทางได้แล้ว แต่คิดไม่ออกน่ะ”
“เฮ้อ ดูเหมือนแรงบันดาลใจของฉันจะหมดแล้วเหมือนกัน”
“นะ...นายอย่าทำเกินไปนัก”
ฉินเฟิงทำหน้าไร้เดียงสา “เกินไปตรงไหน? งั้นช่างเถอะ คิดออกเมื่อไหร่ค่อยบอกแล้วกัน”
เลิ่งเยว่หนิงลุกพรวดขึ้นมา แล้วโน้มตัวไปจูบแก้มเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงมาก แต่กลับไม่มีความรู้สึกขยะแขยงเหมือนเมื่อก่อน การค้นพบนี้ทำให้ในใจเต็มไปด้วยความยินดี
ฉินเฟิงเห็นเธอยิ้ม จึงยื่นมือไปหยิกแก้มเบา ๆ
“นายทำอะไรน่ะ!”
เลิ่งเยว่หนิงรีบหลบ
“นุ่มเนียนจัง”
“ถ้ายังทำแบบนี้อีก ฉันจะสั่งสอนนายแล้วนะ”
ฉินเฟิงยิ้ม “ได้ งั้นมาคุยกันต่อเรื่องแรงบันดาลใจที่เพิ่งนึกออก”
