“พอข้ามีลูกเมื่อไหร่ จะเอาข้าวหยาบมาให้อีก 20 ชั่ง แล้วจะบอกให้ต้าโจ้วดูแลเจ้ามากขึ้นอีกหน่อย”
หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง เอ่ยพลางสวมเสื้อผ้าไปด้วย
ฉินเฟิงมีเหงื่อเต็มหน้าผาก
เจ็บ!
หัวปั่นป่วน “วิ้ง ๆ” ไปหมด
สติค่อย ๆ หวนคืนสู่ร่าง เขาพยายามลืมตาขึ้น
ก็เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าเว้าโค้งได้รูป กำลังสวมเสื้อผ้าต่อหน้าเขาอย่างไม่หลบตา
“นี่... นี่ที่ไหน?”
ในหัวของฉินเฟิงมีความทรงจำใหม่ผุดขึ้นมา
เขาทะลุมิติ!
หัวสมองเละเทะไปหมด
หญิงสาวแต่งตัวเสร็จ เห็นเขามีเหงื่อท่วมหัว ก็ก้มลงดู
เอามือแตะหน้าผากฉินเฟิงดู สัมผัสเย็นเยียบ เห็นเขาหน้าซีด ก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา
พึมพำกับตัวเองว่า “หรือตัวเองเมื่อกี้จะรุนแรงไป?”
ฉินเฟิงมองใบหน้างดงามของหญิงสาว นึกว่าเขามาอยู่แดนบุปผางามหรือไร ถึงได้บ้าบิ่นขนาดนี้?
หญิงสาวมองเขา มีท่าทีลนลาน “เราตกลงกันดีแล้วนะ เจ้าช่วยข้าตั้งท้อง ข้าก็จะให้โวโถวเจ้าทุกวัน เกิดอะไรขึ้นข้าไม่รับผิดชอบนะ”
พูดจบก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไปเลย
สีหน้าของฉินเฟิงแปลกประหลาดชวนหัว
“ให้ตายเถอะ~”
ท้องของเขาร้อง “โครกคราก” ขึ้นมา
เป็นสัญชาตญาณ หยิบโวโถวที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมากัด
กัดไปคำหนึ่ง นึกว่าตัวเองจะกลืนไม่ลง แต่ร่างกายกลับแสดงออกอย่างซื่อสัตย์
แถมยังให้ความรู้สึกราวกับได้กินของดีจากเขาเลยทีเดียว
กินโวโถวหมดไปหลายคำ ความหิวกลับไม่ลด มีแต่เพิ่มมากขึ้น เขาหิวเกินไปจริง ๆ
ธัญพืชแค่นี้ช่วยให้อิ่มไม่ได้เลย มีแต่จะไปกระตุ้นให้ความหิวโหยมันลุกโชนขึ้นไม่สิ้นสุด
มองไปทั่วห้อง เห็นเป็นบ้านดินทรุดโทรม หน้าต่างเอากระสอบปุ๋ยมาบังไว้ ลมโกรกเข้ามา
บนหลังคามีรูขนาดเท่าลูกฟุตบอล มองเห็นดวงดาวพราวพรายบนฟ้า
หนูมาเห็นยังต้องร้องไห้
ฉินเฟิงเอามือกุมหน้าผาก
“ข้าทำกรรมอะไรไว้เนี่ย”
เดิมทีเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนในโลกยุคใหม่ ผ่านเคราะห์โดนปลดกลางคน แถมเมียยังขอหย่า ต้องไปซดเหล้าที่บาร์ให้ลืมทุกข์ เจอสาวน้อยสองคนจิตใจดี
น้อง ๆ พูดจาหวานหูน่ารัก
ค้างคืนคุยเรื่องชีวิตกันทั้งคืนที่โรงแรม สุดท้ายก็มาอยู่ที่นี่
ปี 1978 หมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทือกเขาฉินหลิ่ง มณฑลส่านซี
โชคชะตาของเขายิ่งกว่าเริ่มเกมที่ขุมนรก
ถูกส่งลงมาเป็นพวกดำห้าประเภท
ครอบครัวสี่ชีวิต ตายหมด เหลือเขาคนเดียว อายุสิบแปด
ถึงจะเป็นช่วงถูกส่งลงมา พ่อแม่พี่ชายคอยปกป้อง มีข้าวก็ให้เขากินก่อน
ญาติพี่น้องจากไปหมดแล้ว ไม่มีคนคอยปกป้องอีกต่อไป
มือไม้เรี่ยวแรงไม่มี แถมมีพื้นเพแบบนี้ จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่
โชคดีที่การปฏิวัติยุติลงเมื่อสองปีก่อน ไม่มีใครมาจัดการเขาเหมือนก่อน ไม่งั้นคงอยู่ไม่ถึงวันนี้แน่
ฉินเฟิงพยุงตัวขึ้นมา เห็นตัวเองยังเปลือยเปล่า รีบหยิบเสื้อผ้าขาด ๆ ข้าง ๆ มาสวม
ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
หญิงสาวคนเมื่อกี้วิ่งกลับมาอีก เห็นเขายังไม่ตายก็โล่งอก
“วันนี้เจ้าทำดีมาก ให้โวโถวเพิ่มอีกอัน พรุ่งนี้ข้ามาใหม่”
ฉินเฟิงเห็นเธอโยนโวโถวลงแล้ววิ่งหนีไปอีกแล้ว
พูดอะไรไม่ออกเลย
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
ร่างที่เขามาสิงนั้นชื่อเดียวกับเขาทั้งชื่อตัวชื่อรอง ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน หิวจนแทบตายอยู่แล้ว พอถูกยายนี่บีบบังคับอัดใส่ก็เลยสลบตายไปเลย
ถึงตอนนี้จะไม่มีใครมารังแก แต่ว่าชาวบ้านก็ยังรังเกียจเขา
พูดง่าย ๆ ก็คือปล่อยให้เขาไปตายเอาดาบหน้า
คิดถึงหญิงสาวคนนั้นก็ตลกดี
“เจ้าของร่างคนนี้โชคดีเรื่องผู้หญิงไม่เบา”
ผู้หญิงคนนั้นชื่อหลิวหลาน เป็นจือชิงบ้านนอก วัย 23 ถูกหัวหน้าชุมชนสวี่ต้าโจ้วใช้อุบายหลอกแต่งเป็นเมีย
หัวหน้าชุมชนคนนี้ก็อายุ 50 กว่าเข้าไปแล้ว ร่างกายมีปัญหา ทำให้มีลูกไม่ได้
ตอนนี้การสอบเข้าวิทยาลัยกลับมาแล้ว พวกจือชิงในหมู่บ้านกลับกันไปมากแล้ว
หลิวหลานเองก็มีโอกาสกลับไปเหมือนกัน แต่เมื่อสองปีก่อนนึกว่าตัวเองไม่มีโอกาสกลับ เลยเอาทะเบียนบ้านมาขึ้นในหมู่บ้าน แต่งกับหัวหน้าชุมชน
ตอนนี้เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำได้แค่พยายามหาทางตั้งท้อง ไม่งั้นกลัวโดนไล่ออก
สวี่ต้าโจ้วเป็นหัวหน้าชุมชน เธอก็ต้องใช้ชีวิตในหมู่บ้านนี้ต่อไป เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นจึงตั้งตาจ้องเจ้าของร่างคนก่อนนี้ไว้
คิดไปแล้ว เจ้าของร่างนี้ก็หน้าตาดีอยู่หน่อย แถมมีพื้นเพที่ดี บุคลิกสง่างาม ถ้าแต่งตัวหน่อยก็เป็นชายรูปงามได้
แต่น่าเสียดายว่าที่นี่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ไม่ใช่ เอามาทำประโยชน์ก็ได้
เมียของหัวหน้าชุมชนแอบมาหาเพื่อขอยืมเชื้ออยู่เนี่ย
ในหมู่บ้านห่างไกลเมืองแบบนี้ หัวหน้าชุมชนก็คือเจ้าที่นั่นแหละ
ถ้ามีใครช่วยเป่าหูให้เขา ไอ้หมาดำอย่างเขาชีวิตอาจจะดีขึ้นหน่อยเช่นให้เสบียงสงเคราะห์บ้าง
หลังจากฉินเฟิงสะสางความทรงจำในหัวจนเรียบร้อยแล้ว ก็มองดูสภาพที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่
ก็ทำได้แค่ทอดถอนใจ
อยู่สภาพแบบนี้ มิน่าล่ะแต่ละคนถึงประคองตัวไม่ได้
ตอนนี้เขาทะลุมิติมาแล้วก็ต้องคิดเรื่องการใช้ชีวิตต่อไป
เรี่ยวแรงเขาไม่มี อยู่ที่นี่ก็คงไม่ต่างอะไรกับรอวันตาย
“หรือไม่ก็เผ่นหนีซะ?”
“อู้ววว~”
เสียงหมาป่าหอนดังมาจากในเขาลึก
ฉินเฟิงอ้าปากค้าง
เลิกคิดเรื่องเผ่นหนีไป
เข้าป่าไปก็แค่ไปให้หมาป่ากิน
มองดูก้อนโวโถวที่ถูกโยนไว้บนแคร่ดิน จึงหยิบมาใส่ปากกินทันที
“ช่างเถอะ มีอะไรกินก็กินไปก่อน อย่างน้อยยังมีโวโถวกินวันละก้อน”
ทนไปอีกสองสามปี กลับเมืองหลวงไปแล้ว หน่วยงานท้องที่ต้องคืนบ้านในซอยให้เขาแน่
ถ้าแย่จริง ๆ ก็แค่ขายบ้าน แค่นั้นก็พอกินข้าวได้แล้ว
อีกอย่างมีควาทรงจำของโลกอนาคต บางทีอาจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้สุขสบายก็ได้
คิดได้แบบนี้ อารมณ์หม่นหมองเมื่อครู่ก็ดีขึ้นทันตา
【ติ๊ง~ ยินดีกับโฮสต์ที่รอดชีวิตในโลกใหม่ได้ ระบบเริ่มผูกมัดแล้ว】
ฉินเฟิงตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นมากระทันหัน โวโถวคำหนึ่งติดคอเลย
ทุบหน้าอกตัวเองรัว ๆ
เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมาเลย
กระเสือกกระสนไปที่โอ่งน้ำเก่าข้าง ๆ หยิบชามที่มีรอยบิ่นตักน้ำใส่ลงไปนิดหน่อยกรอกลงคอ
โวโถวก้อนนั้นในที่สุดก็ลงสู่ท้องจนได้
“แค่ก ๆ”
“เกือบตายเพราะข้าวคำเดียวแล้ว”
【ติ๊ง~ ระบบเช็คอินผูกมัดสำเร็จ ระบบนี้แบ่งเป็นเช็คอินรายวันกับรายปี ยิ่งเว้นช่วงเช็คอินนานเท่าไหร่ รางวัลก็จะดียิ่งขึ้น】
ฉินเฟิงดีใจสุดขีด เขานึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีระบบเหมือนกัน
“ดีเกินไปแล้ว ยิ่งเว้นนาน รางวัลเช็คอินรายปีต้องดีกว่าแน่!”
【ติ๊ง~ มอบของขวัญต้อนรับโฮสต์ 1 ชุด จะเปิดไหม?】
“เปิด!”
【ติ๊ง~ ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ พื้นที่ไร่สวรรค์, จีโนมโพชั่น ×1, ร่างกาย·ร้อยพิษไม่ระคาย】
ฉินเฟิงยังไม่ทันดีใจ พลังงานสายหนึ่งก็ไหลหลั่งสู่ร่างกาย
เลือดทั่วกายเริ่มเดือดพล่าน
ผิวหนังที่ตามองเห็นก็แดงระเรื่อขึ้นมา และยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเลือดจะหยดออกมา
【ติ๊ง~ โฮสต์รีบใช้จีโนมโพชั่นเร็วเข้า】
เมื่อได้ยินระบบแจ้ง สติก็เข้าสู่พื้นที่แห่งหนึ่งตามธรรมชาติ ภายในนั้นมีฟ้าหลังฝน และแปลงดินกับกระท่อมไม้หลังน้อย
ยังไม่ทันได้สำรวจสภาพไร่ ก็รู้ราวกับเป็นสัญชาตญาณ ว่ายานั้นอยู่ในกระท่อมไม้ พละจิตสั่งการนำยาออกมา เปิดฝาแล้วกรอกลงคอทันที
หลังจากดื่มจีโนมโพชั่นแล้ว ขวดก็หายวับไปเอง
“ตูมม~”
สมองของฉินเฟิงเหมือนระเบิดออก ว่างเปล่าไปหมด
ภายในร่างกายคล้ายมีหนูนับพันนับหมื่นวิ่งพล่าน
ผิวหนังพองปูดขึ้นมา วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
ตอนนี้เขาหยุดความคิดไปแล้ว
ในเวลาเดียวกันก็สูญสิ้นการรับรู้ทางร่างกาย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ท้อง
ฉินเฟิงได้สติคุมร่างอีกครั้ง กุมท้องวิ่งออกไปข้างนอก