[เริ่มยัง เริ่มยัง?]
[ทำไงดี? หัวใจฉันเต้นแรงมาก... ฉันรู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ข้างหลังแล้วเนี่ย]
[คนข้างบนนั่น กลัวถูกเจ้านายจับได้ตอนแอบดูไลฟ์ที่ทำงานล่ะสิ!]
[พี่น้องอย่ากลัวไปเลย ข้าพเจ้าเชี่ยวชาญเรื่องสยองสามร้อยบท ซึมซับสมรภูมิชะตาชาติมาสิบกว่าปี ไม่ว่าจะเป็นกระดาษโน้ตของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ทั้งหลาย หรือครอบครัวสามสี่ห้าหกเจ็ดแปดคน ข้าพเจ้าก็รับมือได้สบาย!]
[ใช่แล้ว สมรภูมิชะตาชาติก็เขียนกันจนเกร่อแล้ว พลิกไปมาก็มีไม่กี่套路เอง พวกเราจะไปกลัวพวกเขาได้ไง? เอากระบี่มา!]
[พวกนายยิ่งพูดแบบนี้ ฉันยิ่งไม่มั่นใจเลย!]
ขณะเดียวกัน
หน้าจอไลฟ์สตรีมขึ้นพื้นหลังของเรื่องสยอง
【ชื่อดันเจี้ยน: ห้องซ้อมผีสิง】
【ระดับดันเจี้ยน: หนึ่งดาว】
【เนื้อเรื่องย่อดันเจี้ยน: ห้องซ้อม คือสถานที่ที่เหล่าไอดอลทุกคนต้องหลั่งเลือด หยาดเหงื่อ น้ำตา ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กฝึกหัด
ไอดอลดังจำนวนมากเคยกล่าวในรายการวิทยุว่า ตัวเองเคยเห็นผีก่อนเปิดตัวภายในบริษัท และในวงการไอดอล KPOP ก็มีตำนานเล่าขานว่า ถ้าเจอผีแล้วจะดัง
เพื่อพาวงไปสู่เส้นทางแห่งดอกไม้ พวกคุณนัดกันตอนเที่ยงคืน มาที่ห้องซ้อมชั้นใต้ดินของบริษัท...】
【ภารกิจผ่านเกม: กรุณาหาอุปกรณ์จากในห้องให้ครบ ทำเกมอัญเชิญวิญญาณอย่างน้อยหนึ่งชนิด และเอาชีวิตรอดจนถึงรุ่งเช้า】
ชาวเน็ตเกาหลีระเบิดความดีใจ
[สมกับเป็นพื้นหลังเรื่องสยองของประเทศจักรวาลของเรา!]
[KPOP ครองโลก!]
[การฟื้นฟูของประเทศจักรวาลเริ่มตั้งแต่วันนี้!]
[ฉันนึกไม่ออกเลยว่าเราจะมีเหตุผลอะไรให้แพ้?]
[ผู้ถูกเลือกของหัวเซี่ยแม้แต่ทางก็ยังออกไม่ได้ ไม่รู้ว่าหลังจากเรื่องสยองมาเยือน จะได้ยินเสียงกรีดร้องจากฝั่งตรงข้ามไหมนะ kkkk]
ผู้ชมหัวเซี่ยอึ้งไป
กระดาษโน้ตของแม่หละ? บ้านแสนสุขหละ?
เฮ้ย ไม่เอา套路เก่าแล้วเหรอ?
ตัวอักษรบนจอหายไป จอดำปรากฏเงาคนสองคนไหว ๆ
ไม่รู้ว่ารู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองหรือเปล่า หนึ่งในนั้น เด็กสาวผู้ดูเย็นชาโดดเด่นเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย เปลือกตาล่างมีรอยเงาจาง ๆ กวาดผ่าน
คนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดด้วยหน้าตา มีเพียงส่วนน้อยที่สังเกตเห็นสิ่งของน่าสงสัยวางกองไว้ตามมุมต่าง ๆ ของห้องซ้อม
แอปเปิลลูกหนึ่งที่ใกล้เหี่ยว
มีดผลไม้ที่ใบมีดเปื้อนคราบแดงเข้ม
หวีสีชมพูที่หวีฟันหักไปมาก
ปากกาลูกลื่นลำตัวแตกไปครึ่งหนึ่ง...
ประกอบกับเนื้อเรื่องย่อของดันเจี้ยนนี้
คนดูในไลฟ์สตูดิโอของหัวเซี่ยอดไม่ได้ที่จะขนหัวลุก
ยังไงซะ นี่มันก็ไม่เหมือนเกมที่เล่นกันปกติ
เกมสยองขวัญ... นี่มีผีจริง ๆ ด้วยนะ!
ในที่มีผีอยู่ ดันเล่นเกมเชิญวิญญาณ
นี่มันหาเรื่องตายชัด ๆ!
พวกเขาเห็นสาวงามร่างบอบบางไร้พิษภัยทั้งสองในจออิเล็กทรอนิกส์ แววตาที่เคยทึ่งก็จางหาย กลายเป็นการมองแบบตัดสินและอคติ
แค่ร่างเล็ก ๆ สองคนนี้... จะรอดเกินห้านาทีไหม?
ในลำโพงที่เงียบงัน เสียงอิเล็กทรอนิกส์ไร้อารมณ์ดังขึ้น
【ติ๊ง! ยินดีต้อนรับผู้ถูกเลือกเข้าสู่สมรภูมิชะตาชาติ】
【เนื่องจากประเทศของท่านเมื่อสามเดือนก่อนได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกธีมให้สวนสนุกสยองขวัญ เพื่อเป็นของขวัญตอบแทน ท่านจะได้รับโอกาสจับสลากพรสวรรค์หนึ่งครั้ง!】
【กำลังจับสลากให้ท่าน...】
อะไรนะ? พรสวรรค์!
เมื่อได้ยินดังนี้ ประเทศส่วนหนึ่งดีใจอย่างมาก
โดยเฉพาะเมื่อเห็นผู้ถูกเลือกของประเทศตน ไม่รู้จับได้พรสวรรค์อะไร อยู่ ๆ ก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ยืดหลังตรง แล้วแสดงสีหน้าเช่นนั้น
ประเทศที่ก่อนหน้านี้เลือกที่จะปล่อยปละละเลย รู้สึกเสียใจยิ่งนัก ใครจะไปคิดว่าในบัตรเชิญจะบอกความจริงหมดเลย
บนเว็บไซต์ทางการของประเทศเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยคำด่าจากชาวเน็ตในประเทศ
ไลฟ์สตูดิโอหัวเซี่ย
【ซ่า ๆๆ... ยินดีต้อนรับ... ซ่า ๆ... สามเดือนก่อน... ของขวัญลึกลับ... กำลังจับสลาก... ซ่า ๆๆ...】
เสียงในประกาศดัง ๆ หาย ๆ เหมือนถูกอะไรรบกวน ฉือหลีรู้สึกเหมือนหูถูกต่อยหลายครั้ง
ฉับ
เธอหยิบกรรไกรออกมา ตัดสายที่ต่ออยู่ออก
โลกกลับมาสงบเงียบ
ผู้ชมหัวเซี่ยที่กำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ถึงกับสำลัก
????? เธอตัดอะไร?????
หา?! บอกฉันที! เธอตัดอะไรไป!!!
[ศพของฉันรู้สึกไม่ค่อยดี ฉันนอนก่อนละ]
[จบแล้ว จบแล้ว คราวนี้หมดทางช่วยแล้ว]
[ฉันร้องไห้จริง ๆ เลย สมองไม่คิดอะไรเลยเหรอ?]
[ทุกคนอย่าเพิ่งรีบ! เป็นฉากห้องซ้อมเหมือนกัน ทำไมผู้ถูกเลือกคนอื่นถึงฟังเนื้อหาประกาศได้ชัดเจน แต่มีแค่ฝั่งเราที่มีเสียงขาด ๆ หาย ๆ และเสียงไฟดังแทรก พวกนายไม่รู้สึกแปลกเหรอ?]
ความเห็นนี้ปลุกสติของชาวเน็ตส่วนหนึ่งขึ้นมาได้ แต่ก็ยังสู้เหล่าไอดีหน้าม้าที่ออกมาพ่นคำพูดในแง่ลบไม่ได้อยู่ดี
ปัง!
หลอดไฟนีออนบนเพดานดับลงทันที
พัดลมที่โยกไปมาเสียงเอี๊ยดอ๊าดก็หยุดหมุน
ห้องซ้อมตกอยู่ในความมืดหมดทันที
ฉือหลีเห็นเงาตัวเองในกระจก สีหน้าเปลี่ยนไป
ดวงตากลวงเปล่าไร้แสงนั่น จ้องเขม็งมาที่เธอ มุมปากค่อย ๆ ยกกว้างขึ้น แววตากลับมืดทึบทะมึน
“อุ้ย น่าเกลียดจัง!”
ฉือหลีเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจจนหน้าซีด
ชุนไนเปิดมือถือที่แบตเต็ม
พอเห็นหน้าจอชัด ๆ ตาก็กลายเป็นตาปลาตายทันที
เรื่องสยองชิงตัดหน้าเธอไปแล้ว
เวลาที่แสดงบนโทรศัพท์กับนาฬิกาในตัวเครื่อง หยุดนิ่งคาอยู่ที่ 3:44 น. เข็มวินาทีค้าง ไม่สามารถบอกเวลาที่แน่นอนได้
ชั้นใต้หนึ่งของบริษัทก็ไม่มีหน้าต่าง นั่นก็หมายความว่า พวกเธอต้องออกจากที่นี่ขึ้นไปยังชั้นพื้นดิน จึงจะตรวจสอบเวลาได้
ในไลฟ์สตูดิโอของประเทศอื่น ๆ ผู้ถูกเลือกเหล่านั้นก็ถูกย้ายมายังห้องซ้อมใต้ดินที่ทั้งน่ากลัวและเก่าแก่เช่นเดียวกัน
รอบข้างมีกระจกบานใหญ่ปิดเต็มผนัง สะท้อนภาพของตัวเองที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในมุมต่าง ๆ กัน
ไฟดับมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“อ๊าก——”
ไลฟ์สตูดิโอประเทศสยาม ไอดอลชายคนหนึ่งผิวคล้ำเล็กน้อย แต่ยกนิ้วก้อยดัดจริต ส่งเสียงกรี๊ดร้องอย่างบอบบาง
วินาทีถัดมา
ก็ถูก “ตัวเอง” ในกระจกฉุดกระชากลิ้นไว้
ฉีก!
เลือดสาดกระเซ็นใส่กระจก ร่างนั้นชักกระตุก ล้มลงกับพื้น ในปากมีแต่เนื้อปนเลือด นัยน์ตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัว
ไม่ถึงสิบนาที
ก็มีผู้ถูกเลือกตาย!
เมื่อเห็นภาพนี้ อีกสามคนก็ทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นไม่หยุด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดแรงกล้าทำให้มือปิดปากไว้แน่น
ห้าม ห้ามส่งเสียง!
ทางด้านนี้ ปฏิกิริยาของฉือหลีสองคนกลับสงบนิ่งผิดปกติ
“ไฟดับอีกแล้ว?”
“ช่วยไม่ได้ แรงดันไฟฟ้าบริเวณชั้นใต้ดินไม่นิ่ง” ชุนไนพูดพลางเอื้อมมือคลำหาปลั๊กไฟด้านข้าง แล้วเปิดไฟกลางคืน
แสงน้อย ๆ พอสว่างขับให้เห็นพื้นที่เล็ก ๆ ครึ่งหนึ่ง
ยังชาร์จไฟไม่เต็ม ใช้ได้แค่สองสามชั่วโมง
ห้องซ้อมชั้นบนของบริษัทกว้างขวางสว่างไสว ยังมีแอร์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพียงแต่ไม่เปิดสิทธิ์ให้พวกเธอ อีกทั้งยังเจอคังฮเยอึนพาพวกพ้องมาเปิดศึกได้ง่าย ๆ ด้วย
ต่างคนก็งานยุ่งทั้งนั้น ไม่มีเวลามาฟังคำจิกกัดของหล่อน
ตามคำพูดของนักร้องนำแพวังซอง:
“เจอของใหญ่ขวางกลางถนน เธอเป็นคนนะ ไม่ใช่สุนัขชิบะ ก็แค่เดินอ้อมเอง ทำไมต้องไปสู้กับมัน
มีเวลาขนาดนี้ เอาไปหาเงินค่าแรงขั้นต่ำจากร้านสะดวกซื้อไม่ดีกว่าเหรอ?”
ปฏิกิริยาราบเรียบของทั้งสอง ทำเอาทั้งผู้ชมและผีในกระจกงงเป็นไก่ตาแตก
[ขนาดฉันหนุ่มหม่าขนหน้าอกหนึ่งแปดสิบ ยังเสียวจนเหงื่อแตกเลย]
[แย่ล่ะ เสียงประกาศเมื่อกี้โดนรบกวน สองคนนี้รู้หรือเปล่าว่าเรื่องสยองได้เริ่มขึ้นแล้ว?]
[ในรายชื่อผู้ถูกเลือกก็มีชื่อวงของพวกเธออยู่นะ]
[ไม่ใช่ป่ะ ความผิดปกติชัดเจนขนาดนี้ยังหาไม่เจออีก? นี่ใช่ที่เขาเรียกว่าพลังเซ้นซึมหรือเปล่า?]
[เชื่องช้าดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องโดนผีกระจกดึงลิ้นออก]
สองมนุษย์คนนี้ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย ผีในกระจกไม่พอใจมาก
บนกระจก ใบหน้าขาวซีดนั่นมีเลือดไหลลงมา เสียงกึกกักกึกกักยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิในห้องซ้อมลดลงฉับพลัน ทั้งที่ไม่มีหน้าต่าง แต่กลับรู้สึกได้ถึงลมเย็นยะเยือกที่พัดเวียนว่อนในห้อง
แต่ในตอนนี้ ฉือหลีได้หันหลังไปแล้ว ชายเสื้อเกาะอกได้เลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นแผ่นหลังมากขึ้น
...
ตาผีในกระจกเบิกกว้างทันที